“...เข้าใจแล้ว”
“งั้นลองพูดทวนให้ฟังหน่อย”
ไป๋จือจือชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดทวนวิธีคิดแก้โจทย์ที่เขาเพิ่งอธิบายให้ฟังอย่างติดขัด
พอพูดมาถึงกลางทาง เธอก็นึกไม่ออก จึงเม้มริมฝีปากล่าง เผยสีหน้ากลัดกลุ้ม
“เอ็นเลือกเอ็มเท่ากับ...”
“เท่ากับเอ็นแฟกทอเรียลหารด้วยเอ็นลบเอ็มแฟกทอเรียล”
ฟู่เสวี่ยเยี่ยนต่อประโยคให้ น้ำเสียงราบเรียบราวกับกำลังอ่านบทเรียน
“อ้อ ใช่ ๆ!” ไป๋จือจือตบมืออย่างเพิ่งนึกออก แล้วพูดต่อ
คราวนี้เธอพูดจนจบ
“อืม” ฟู่เสวี่ยเยี่ยนรับคำสั้น ๆ ในน้ำเสียงนั้นมีความพึงพอใจจาง ๆ แทบฟังไม่ออกเจืออยู่
เขาพลิกไปยังข้อที่ทำผิดข้อถัดไป
เวลาค่อย ๆ ผ่านไปทีละข้อ
จากข้อสอบปรนัยไปจนถึงข้อเติมคำ แล้วต่อด้วยข้ออัตนัย
วิธีสอนของฟู่เสวี่ยเยี่ยนแตกต่างจากที่ไป๋จือจือจินตนาการไว้โดยสิ้นเชิง
เขาไม่เกริ่นความรู้พื้นฐานเป็นกองพะเนินเหมือนครูในโรงเรียนก่อนจะค่อยอธิบายวิธีแก้โจทย์
สไตล์ของเขาคือพุ่งเข้าประเด็นทันทีว่าผิดตรงไหน วิธีคิดที่ถูกต้องเป็นอย่างไร และครั้งหน้าควรจับจุดสำคัญของโจทย์ประเภทเดียวกันให้เร็วได้อย่างไร
กระชับ แม่นยำ มีประสิทธิภาพ ทุกประโยคล้วนมีประโยชน์ ไม่มีคำไหนเกินมาแม้แต่คำเดียว
แต่เขาก็อดทนมากเช่นกัน
มีโจทย์ใหญ่เรื่องอนุพันธ์ข้อหนึ่งที่ไป๋จือจือไม่เข้าใจไม่ว่าจะทำอย่างไร ฟู่เสวี่ยเยี่ยนอธิบายให้เธอฟังด้วยวิธีที่แตกต่างกันถึงสามแบบ วาดภาพประกอบสองภาพ สุดท้ายถึงกับหยิบตำราแคลคูลัสระดับมหาวิทยาลัยจากชั้นหนังสือมาเปิดหน้าหนึ่งให้เธอดูความหมายเชิงเรขาคณิตของกราฟ
