เยี่ยหวังซูนึกขึ้นได้ทันใดว่ามีเรื่องหนึ่งที่ยังไม่กระจ่าง อาหารช่วยฟื้นฟูค่าพลังชีวิตได้ อย่างเบอร์รีป่าก็ฟื้นฟูได้ 5 แต้ม แล้วอาหารทุกชนิดจะฟื้นฟูค่าพลังชีวิตได้หรือเปล่า?
ขนมปังกรอบอัดแท่งกับน้ำที่เธอพกมาจะช่วยฟื้นฟูค่าพลังชีวิตได้ไหม?
คิดได้ดังนั้น เยี่ยหวังซูจึงหยิบขนมปังกรอบอัดแท่งกับน้ำแร่จากกระเป๋าฉุกเฉิน แต่ต่างจากเบอร์รีป่า ของสองอย่างนี้ไม่มีข้อมูลใด ๆ แสดงขึ้นมาเลย
ใจเยี่ยหวังซูดิ่งวูบ บางทีอาจมีแค่อาหารที่ได้จากในเกมเท่านั้นที่ฟื้นฟูค่าพลังชีวิตได้ ส่วนขนมปังกรอบอัดแท่งกับน้ำที่เธอนำติดตัวเข้ามา คงเหลือเพียงคุณสมบัติพื้นฐานอย่างช่วยให้อิ่มและดับกระหาย
ถ้าเป็นแบบนี้… ก็ไม่จำเป็นต้องแบกน้ำแร่ต่อแล้ว อย่างไรเสียเบอร์รีป่าก็ฉ่ำน้ำพอจะช่วยดับกระหายแทนน้ำแร่ได้ในระดับหนึ่ง ที่สำคัญกว่านั้นคือมันยังช่วยฟื้นฟูค่าพลังชีวิตได้ด้วย
ความสำคัญของค่าพลังชีวิตนั้นไม่ต้องพูดให้มากความ
เยี่ยหวังซูหยิบน้ำแร่ออกจากกระเป๋าฉุกเฉิน【น้ำหนักสัมภาระปัจจุบัน】ลดฮวบจาก 22.5 กก. เหลือ 14.5 กก. น้ำแร่สองขวดนี้หนักเกินเหตุจริง ๆ
เธอเด็ดเบอร์รีป่ามาหนึ่งลูก ผลสุกนิ่มมือ พอกัดเบา ๆ น้ำรสเปรี้ยวอมหวานก็ระเบิดเต็มปาก รสชาติเข้มข้น
เยี่ยหวังซูเด็ดกินไปเรื่อย ๆ จนค่าพลังชีวิตฟื้นเต็ม เธอจึงหยิบกล่องยาขนาดเล็กออกมา แล้วค่อย ๆ วางเบอร์รีป่าที่เด็ดมาไว้ข้างใน
ไม่นาน เธอก็เก็บเบอร์รีป่าที่สุกทั้งหมดจนหมด บนพุ่มเบอร์รีป่ายังเหลือผลที่ไม่ค่อยสุกอยู่ไม่กี่ลูก เยี่ยหวังซูเคยลองชิมแล้ว เปรี้ยวพอ ๆ กับมะนาว แถมยังมีรสขมฝาดบอกไม่ถูก กลืนแทบไม่ลง เธอจึงไม่ได้เด็ดมา
แค่เบอร์รีป่าที่สุกเต็มที่ก็เพิ่มน้ำหนักสัมภาระให้เธอถึง 12 กก. ทำให้【น้ำหนักสัมภาระปัจจุบัน】ขึ้นมาอยู่ที่ 26.5 กก. เหลือพื้นที่ว่างไม่ถึง 4 กก. ทั้งที่เธอเพิ่งเดินไปแค่ครึ่งชั่วโมง
ภารกิจให้เวลา 12 ชั่วโมง เมื่อเป็นช่วงมือใหม่ ผู้เล่นก็น่าจะไปถึงค่ายทุ่งร้างเริ่มต้นภายใน 12 ชั่วโมงได้ เช่นนั้นจากนี้เธอยังต้องเดินทางอีกสิบกว่าชั่วโมง และยังมีสัมภาระอีกมากรออยู่ข้างหน้า
เยี่ยหวังซูเดินหน้าต่อไป ผ่านไปสองชั่วโมง เธอก็ได้หินกลม ×4 กิ่งสน ×2 และป่านรามี ×2 มาเพิ่ม
【กิ่งสน: ได้จากไม้สน เป็นเชื้อเพลิงที่พบได้ทั่วไป น้ำหนัก: 0.5 กก.】
กิ่งสนได้มาจากไม้สน แต่ตลอดทางที่เดินมา เยี่ยหวังซูยังไม่เห็นต้นสนสักต้น ไม่รู้เหมือนกันว่ากิ่งสนพวกนี้มาจากไหน
สัมภาระเหล่านี้หนักรวม 7 กก. แต่ในช่วงสองชั่วโมงครึ่งที่ผ่านมา เธอก็กินเบอร์รีป่าไปส่วนหนึ่ง น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นกับที่ลดลงหักล้างกัน【น้ำหนักสัมภาระปัจจุบัน】จึงรวมอยู่ที่ 27 กก. ยังไม่ถึงกับหนักเกินรับไหว
เยี่ยหวังซูคอยเหลือบดูค่าพลังชีวิตเป็นระยะ พยายามรักษาไว้ที่ประมาณ 60 หากต่ำกว่า 60 เมื่อไรก็จะกินเบอร์รีป่าเติมทันที เผื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน
ถึงจะไม่ได้เดินเร็วมาก แต่ใบหน้าของเยี่ยหวังซูก็ยังมีเหงื่อซึมเป็นชั้น ผิวหน้าแดงขึ้นจากแดด ทุ่งร้างแห่งนี้ไม่มีต้นไม้ ไม่มีร่มเงาให้หลบ ต้องเดินกลางแดดแผดเผา ตอนนี้เธอหอบจนแทบหมดแรง ขาทั้งสองข้างหนักอึ้งจนแทบยกไม่ขึ้น
“น่าจะเดินไปสองหมื่นก้าวแล้วมั้ง?”
ถ้าเป็นวันปกติ จำนวนก้าววันนี้ของเธอต่อให้ไม่ติดอันดับหนึ่ง ก็คงเข้าห้าอันดับแรกได้สบาย ๆ
เยี่ยหวังซูค่อย ๆ ผ่อนฝีเท้าลง ก่อนจะนั่งลงพักบนพื้นในที่สุด
ตอนนี้เธอพบปัญหาใหม่อีกอย่างแล้ว—เธอประเมินเรี่ยวแรงของตัวเองสูงเกินไป ไม่สิ พูดให้ถูกคือเธอมองข้ามสภาพร่างกายของตัวเองไป
เดินต่อเนื่องนานกว่าสองชั่วโมงแทบจะเป็นขีดจำกัดของเธอแล้ว ต้องพักอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงถึงจะเดินทางต่อได้ ไม่อย่างนั้น ต่อให้ค่าพลังชีวิตยังอยู่ในระดับปลอดภัย แต่ร่างกายก็ไม่ไหว
แบบนี้เวลาที่ต้องใช้ก็ยิ่งเพิ่มขึ้น กำหนดเวลาภารกิจ 12 ชั่วโมงถูกบีบให้เหลือน้อยลงไปอีก
เยี่ยหวังซูที่แต่เดิมยังมองโลกในแง่ดีเริ่มรู้สึกกดดันขึ้นมาเล็กน้อย แต่เธอก็ต้องหยุดพัก เพราะเรี่ยวแรงใกล้ถึงขีดจำกัดจริง ๆ แล้ว
ระหว่างพัก เธอเปิดช่องแชตดูไปพลาง ลอกเปลือกป่านรามีไปพลาง ป่านรามีหนึ่งต้นหนัก 2 กก. แต่ส่วนที่มีประโยชน์จริง ๆ คือเปลือกป่าน เธอลอกมันออกมาได้ เท่านี้ก็ลดน้ำหนักสัมภาระได้อีก 3 กก. ทั้งยังช่วยลดการใช้ค่าพลังชีวิตได้ด้วย
ในช่องแชตไม่มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เยี่ยหวังซูจึงตั้งใจลอกเปลือกป่านรามีต่อจนเสร็จ พอลอกป่านรามีทั้งสามต้นเรียบร้อย เธอก็ได้เปลือกป่านรามีสมบูรณ์มาสามหน่วย จึงเก็บใส่กระเป๋าฉุกเฉิน ทำให้มือว่าง
ตอนนั้นเวลา 11 โมง 40 นาทีแล้ว แม้ตลอดเช้าเยี่ยหวังซูจะกินเบอร์รีป่าไม่หยุด แต่เบอร์รีป่าแทบมีแต่น้ำ ไม่ช่วยให้อิ่มเลย ยิ่งใช้แรงไปมาก ท้องของเธอก็ยิ่งส่งเสียงประท้วงโครกคราก
แต่—เพราะกินเบอร์รีป่าเข้าไปมากเกิน ในท้องจึงเต็มไปด้วยน้ำเบอร์รีป่า ตอนนี้เยี่ยหวังซูทั้งหิวทั้งอิ่ม อึดอัดจนบอกไม่ถูก
พูดกันตามตรง ค่าพลังชีวิตที่เบอร์รีป่าฟื้นฟูได้นั้นน้อยเกินไป แค่ 5 แต้ม ไม่ทันกับอัตราการสูญเสีย เธอจึงต้องกินเบอร์รีป่าเติมค่าพลังชีวิตอยู่เรื่อย ๆ
เยี่ยหวังซูฉีกซองขนมปังกรอบอัดแท่ง กัดไปสองคำแล้วก็เก็บกลับเข้าไปในกระเป๋าฉุกเฉินอย่างเรียบร้อย ความหิวบรรเทาลงได้บ้าง
พักต่ออีกสักครู่ เยี่ยหวังซูก็ออกเดินทางอีกครั้ง เดินไปได้สิบกว่านาที เธอก็มองเห็นต้นไม้เขียวชอุ่มตั้งตระหง่านอยู่ไกล ๆ ต้นนั้นโดดเด่นสะดุดตาท่ามกลางทุ่งที่มีแต่หญ้าปกคลุม
เยี่ยหวังซูเร่งฝีเท้า พอเดินเข้าไปใกล้จึงพบว่าเป็นต้นสน
【ต้นสน: ต้นสนที่พบได้ทั่วไป สามารถใช้เครื่องมือประเภทขวานโค่นได้ เมื่อตัดโค่นจะได้รับไม้สนและกิ่งสน มีโอกาสได้รับเมล็ดสนและยางสน น้ำหนักทั้งต้น: 100 กก.】
เยี่ยหวังซูเดินวนรอบต้นสนหลายรอบ แต่ก็ไม่เห็นลูกสนบนต้น แล้วเมล็ดสนที่ได้จากการโค่นจะมาจากไหนกัน?
หรือว่าลูกสนมองไม่เห็น ต้องโค่นต้นไม้ก่อนถึงจะได้มา?
ตอนนี้เธอไม่มีเครื่องมือสำหรับโค่นต้นไม้ ทำได้เพียงมองต้นสนแล้วถอนใจ สักพักจึงจากไปอย่างเสียดาย
ไม่นาน ความเสียดายก็ถูกความยินดีที่พบสัมภาระใหม่กลบจนหมด
【หินเหล็กไฟ: ใช้ทำคบเพลิงและกองไฟได้ น้ำหนัก: 1 กก.】
เยี่ยหวังซูเก็บหินเหล็กไฟใส่กระเป๋าฉุกเฉิน แล้วกวาดตามอง【น้ำหนักสัมภาระปัจจุบัน】: 20 กก.
—ทั้งหมดนี้เป็นเพราะเธอกัดขนมปังกรอบอัดแท่งไปสองคำ
เยี่ยหวังซูยกมือเช็ดเหงื่อ แล้วเดินหน้าต่อ ไม่นานก็ทยอยได้หินกลมกับกิ่งสนมาอีกหลายชิ้น
เธอรู้สึกว่าเดินลำบากขึ้นเรื่อย ๆ ขาทั้งสองข้างเมื่อยล้าและตึงจนหนักอึ้ง แทบยกไม่ขึ้นแล้ว
บ่ายสองโมง เยี่ยหวังซูจำต้องหยุดพักอีกครั้ง เธอเปิดช่องแชตขึ้นมาดู แม้ในนั้นจะไม่มีข่าวสารมีค่าอะไร แต่อ่านข้อความของผู้เล่นคนอื่นก็ยังดีกว่านั่งเหม่อเบื่อ ๆ
【หัวโล่งโจ้ง: หลังผ่านไปกว่า 6 ชั่วโมง ในที่สุดฉันก็มาถึงค่ายทุ่งร้างเริ่มต้นแล้ว!】
ไม่คิดเลยว่าข้อความแรกจะเป็นข่าวใหญ่ขนาดนี้
