อวี้เย่เพิ่งลงจากเครื่อง ก็มีคนตะโกนเรียกเขาว่า
“พี่เย่ หัวหล่นแล้วนะ”
ฝีเท้าของอวี้เย่ชะงักเล็กน้อย จากนั้นเขาก็กดหมวกลงต่ำแล้วเร่งฝีเท้าเดินต่อ
เขาคิดว่าคงไม่ได้ถูกจำได้หรอก แค่บังเอิญเท่านั้น
เดิมทีทริปนี้เป็นความลับ แต่เขาลืมไปว่าเมื่อครู่ตัวเองเพิ่งไลฟ์สด
เขาเพิ่งก้าวออกจากโฮมสเตย์ได้ไม่นาน ข้อมูลเที่ยวบินก็ถูกสืบจนรู้แล้ว ตอนนี้บริเวณด้านนอกมีคนมารอรับหลายชั้น
“อ๊ากกก อวี้เย่!”
เสียงกรี๊ดของเหล่าแฟนคลับทำลายความเงียบสงบยามค่ำคืน
ระเบียบตอนแฟนคลับของอวี้เย่มารับที่สนามบินยังถือว่าไม่เลว แค่เขาทำท่า “ชู่” เสียงกรี๊ดก็หยุดลงได้ และไม่มีใครเบียดกรูกันเข้ามา ส่วนอวี้เย่ก็พยายามเดินชิดข้างทางเพื่อไม่ให้รบกวนผู้โดยสารคนอื่น
ปกติตลอดทางจะมีแฟนคลับกระซิบชมว่าเขาหล่อบ้าง แต่วันนี้สิ่งที่ได้ยินตลอดทางกลับมีแต่
“พี่เย่ หัวหล่นแล้วนะ”
“อวี้เย่ หัวนายหล่นแล้ว”
อวี้เย่ตกใจจนเผลอยกมือคลำคอตัวเอง
หัวยังอยู่นี่นา
จนกระทั่งเขาขึ้นรถตู้ของทีมงาน ตอนประตูรถปิดลงก็ยังได้ยินแฟนคลับสาวสองคนหัวเราะคุยกันเรื่อง “หัวหล่น”
วันนี้ช่างประหลาดจริง ๆ
อวี้เย่ตัวสั่นขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ “ต้าหยง เกิดอะไรขึ้น?”
ผู้ช่วยที่เพิ่งลงจากเครื่องเหมือนกันทำหน้างง เขาเข้าไปค้นดูในอินเทอร์เน็ตถึงได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“พี่ครับ หัวสแตนดี้ของพี่หล่นน่ะสิ”
อีกด้านหนึ่ง เมิ่งฉีเก็บการ์ดภารกิจที่กว่าจะได้มาก็แสนยากลงในกระเป๋าอย่างทะนุถนอม จู่ ๆ เธอก็เห็นเงาบนพื้นหิมะ แล้วพบว่าสแตนดี้ของอวี้เย่เหมือนจะขาดหัวไปหนึ่งหัว
