ในมุมที่ไม่มีใครสนใจ ในที่สุดเสิ่นอี้โรวก็เดินออกมาจากห้องน้ำ
“ทุกคน อรุณสวัสดิ์ค่ะ”
“อรุณสวัสดิ์”
ตอนที่เธอลงมาชั้นล่าง เหอชื่อหวี่กับคนอื่น ๆ เพิ่งทำอาหารเช้าเสร็จพอดี
“หอมจังเลย ฉันได้กลิ่นตั้งแต่อยู่ข้างบนแล้ว”
เมิ่งฉีเดินตามลงมาติด ๆ
“กินได้แล้วล่ะ รีบไปเรียกพวกเขามากินข้าวเถอะ”
เหอชื่อหวี่เงยหน้าขึ้นมาเห็นเมิ่งฉี ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
“วันนี้แต่งหน้าได้สวยมากเลย สวยจริง ๆ!”
เมิ่งฉีเหมือนเด็กน้อย พอถูกชมก็มีความสุข
“ฉันแต่งเองแบบง่าย ๆ น่ะ ถ้าคุณชอบ เดี๋ยวฉันแต่งให้ก็ได้”
“ได้เลย”
ทั้งสองคุยโต้ตอบกันอย่างสนุกสนาน โดยไม่ทันสังเกตเลยว่าสีหน้าของเสิ่นอี้โรวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ
เธอไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ตอนเมิ่งฉีไม่แต่งหน้า ทุกคนก็ชมว่าสวยโดยธรรมชาติ แต่เธอใช้เวลาเกือบสองชั่วโมง ทุ่มเทแต่งหน้าแนวธรรมชาติขนาดนี้ ทำไมถึงไม่มีใครชมว่าสวยเลยล่ะ?
เลือกปฏิบัติกันชัด ๆ!
เมิ่งฉีคนนี้ก็จริง ๆ เลย วันนี้เธอแต่งหน้าอ่อน ๆ แท้ ๆ แต่อีกฝ่ายดันแต่งหน้าจัด ตั้งใจจะข่มเธอให้มิดใช่ไหม
เสิ่นอี้โรวมคิดแล้วยิ่งโมโห ตอนวางส้อมเธอเผลอออกแรงมากเกินไป จนเกิดเสียงกระทบดังแสบหู
คนในครัวต่างตกใจ หันกลับมามองเธอด้วยสีหน้าสับสน
“ไม่เป็นไรใช่ไหมอี้โร?”
เหอชื่อหวี่ยังกังวลว่าจานอาจแตกแล้วทำให้เธอบาดเจ็บ จึงถามอย่างเป็นห่วง
เสิ่นอี้โรวส่ายหน้า “ไม่เป็นไร”
ผู้ชมมองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด จนอดรู้สึกพูดไม่ออกกับเธอไม่ได้
