“อวี้เย่!”
“วางฉันลงสิ อย่าทำฉันตกนะ”
เมิ่งฉีกลัวว่าอวี้เย่จะหมดแรงกลางทางแล้วปล่อยเธอตกพื้น แต่อวี้เย่กลับมีแรงเหลือเฟือราวกับไม่มีวันหมด
“ฉันเตือนนายแล้วนะ อย่ามาสงสัยในฝีมือฉันตอนนี้ นายก็รู้ว่าฉันเป็นคนที่ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ”
เมิ่งฉี: รีบหุบปากอย่างว่าง่าย
อวี้เย่อุ้มเมิ่งฉีเข้าไปในห้องนอนตลอดทาง ก่อนวางเธอลงบนเตียง
“นอนลง” เขาก้มมองเธอจากด้านบนพลาง “สั่ง”
เมิ่งฉีกะพริบตาปริบ ๆ แล้วกอดตัวเองแน่น
“ไม่นอน”
สีหน้าน่าสงสารน่าเอ็นดูของเธอทำให้อวี้เย่หลุดหัวเราะ
“คิดอะไรอยู่เนี่ย ฉันบอกให้นอนลง จะช่วยล้างเครื่องสำอางให้ต่างหาก”
“แหม! ที่แท้ก็จะล้างเครื่องสำอางนี่เอง” เมิ่งฉีรู้สึกกระดากอายขึ้นมานิดหน่อย
จู่ ๆ อวี้เย่ก็โน้มตัวเข้ามาใกล้ มือทั้งสองข้างกั้นอยู่ข้างตัวเมิ่งฉี
“ไม่อย่างนั้นเธอคิดว่าฉันจะทำอะไรล่ะ”
ใบหน้าเล็ก ๆ ของเมิ่งฉีแดงขึ้น “แค่ก แล้วนายคิดว่าจะทำอะไรล่ะ”
อวี้เย่ใช้หน้าผากแตะหน้าผากเธอเบา ๆ “ล้างเครื่องสำอางก่อน อย่าคิดอะไรไม่เข้าท่าทั้งวัน”
“ใครคิดอะไรไม่เข้าท่ากัน ใครกัน!”
เมิ่งฉีฮึดฮัด “เห็น ๆ อยู่ว่าเป็นนายต่างหาก!”
“เอาละ ๆ รีบนอนดี ๆ ฉันจะช่วยล้างเครื่องสำอางให้”
“งั้นก็ล้างให้สะอาด ๆ ด้วยล่ะ”
เมิ่งฉีนอนลงอย่างอารมณ์ดีแล้วหลับตา
“วางใจได้ สะอาดกว่าตอนฉันล้างหน้าให้ตัวเองแน่นอน”
อวี้เย่นั่งยอง ๆ ข้างเตียง หยิบสำลีเช็ดเครื่องสำอางสองแผ่นมาชุบน้ำยาล้างเครื่องสำอางจนชุ่ม แล้ววางทับลงบนดวงตาของเมิ่งฉี
