สามวันของเฉ็ดเฉ็ดในวังหลวง
นางเที่ยวเล่นอย่างสำราญใจ ภายใต้การปรนนิบัติของไทเฮากับฮองเฮา ทั้งเสื้อผ้าก็สวมใส่อย่างดี อาหารการกินก็เลิศรส แล้วยังมีองค์ชายห้าพาเดินชมทั่วทั้งวังหลวง
ระหว่างนั้นยังช่วยส่งดวงวิญญาณผู้ล่วงลับในวังหลวงไปสู่สุคติด้วย
วิญญาณบางดวงกลายเป็นผีร้ายไปแล้ว เฉ็ดเฉ็ดจึงสลายพวกมันจนสิ้นซาก เพราะหากปล่อยไว้ก็มีแต่จะก่อภัย
องค์ชายห้าจากที่หวาดกลัวในตอนแรก ค่อย ๆ กลายเป็นด้านชาและเคยชิน สุดท้ายกลับตื่นเต้นเสียอย่างนั้น
“เฉ็ดเฉ็ด ดวงตาหยินหยางที่เจ้าเปิดให้ข้าจะอยู่ได้นานเพียงใด ข้าจะมองเห็นวิญญาณที่ล่องลอยไปมาทั่วทุกแห่งได้ตลอดหรือไม่?”
“ไม่ได้หรอก”
เฉ็ดเฉ็ดส่ายหน้าไปมา
“ท่านอาห้า เปิดดวงตาหยินหยางได้ครั้งละสามชั่วยาม หากอยากเห็นผีอีก ข้าค่อยเปิดให้ท่านใหม่ก็แล้วกัน”
แม้ท่านอ้าจะไม่มีดวงตาหยินหยางติดตัวมาแต่กำเนิด ทว่าความกล้ากับความห้าวหาญของเขานั้น ยังมากกว่าศิษย์พี่บางคนในสำนักชิงหยุนเสียอีก
“เฉ็ดเฉ็ด น่าเหลือเชื่อยิ่งนัก ในวังหลวงมีวิญญาณตกค้างอยู่บนโลกมนุษย์มากมายถึงเพียงนี้ โชคดีที่พวกมันไม่กล้าทำร้ายเสด็จพ่อ เสด็จแม่ และเสด็จย่า”
เฉ็ดเฉ็ดถอนหายใจ พลางตบเข่าองค์ชายห้าเบา ๆ
“ท่านอาห้า วิญญาณอาฆาตก็ต้องรู้จักเจ้าหนี้และผู้ก่อกรรม หากพวกมันกล้าลงมือกับผู้บริสุทธิ์ ย่อมหนีโทษตามกฎแห่งยมโลกไม่พ้น”
“อีกอย่าง เสด็จปู่เป็นจักรพรรดิแห่งแคว้น มีปราณมังกรคุ้มกาย ย่อมได้รับการปกปักจากวิถีสวรรค์ สิ่งชั่วร้ายทั้งหลายจึงหลีกห่าง”
“เสด็จทวด เสด็จย่า รวมถึงบรรดาองค์ชายและองค์ชายหลาน ล้วนมีปราณมังกรติดกายอยู่ไม่มากก็น้อย สิ่งชั่วร้ายที่ตบะตื้นเขินจึงได้แต่หลบไปให้ไกล”
