หลังจากองค์รัชทายาทลั่วเฉิงวั่งถูกปลดจากตำแหน่ง ก็ถึงคราวตระกูลหนานกงแล้ว
ไม่ว่าชายหญิงในตระกูลหนานกง บ่าวชายหรือบ่าวหญิง หากผู้ใดมีชีวิตคนติดมือ ล้วนถูกตัดศีรษะประจาน ส่วนสมาชิกตระกูลที่เหลือถูกริบทรัพย์และเนรเทศไปไกลสามพันลี้ บ่าวไพร่ที่เหลือให้ทางการนำออกขายทั้งหมด
ขุนนาง ตระกูลขุนนาง และพ่อค้ามั่งคั่งที่สมคบคิดกับตระกูลหนานกงและพัวพันอย่างกว้างขวาง ต่างพากันถูกปลดจากตำแหน่ง
ตามกฎหมายแห่งอาณาจักรชางหลาน ผู้ที่สมควรถูกริบทรัพย์ก็ถูกริบทรัพย์ ผู้ที่สมควรถูกตัดศีรษะก็ถูกตัดศีรษะ ผู้ที่สมควรถูกเนรเทศก็ถูกเนรเทศ
หนานกงเยียนกับเฉินไป๋อี้ คู่ชู้ชั่วช้าถูกตัดสินโทษประหารด้วยการแล่เนื้อเถือหนัง
ส่วนเด็กนอกสมรสทั้งสอง จักรพรรดิอู่เหวินตี้เห็นแก่ความผูกพันระหว่างปู่กับหลานที่มีมาหลายปี จึงใจอ่อนลงบ้าง ทรงตัดสินให้ตัดศีรษะประจานเท่านั้น
วันที่ประหารด้วยการตัดศีรษะและแล่เนื้อเถือหนัง
เป็นวันมงคลที่เฉ็ดเฉ็ดเลือกไว้โดยเฉพาะ
นางพาทองคำกับหงหงคอยเฝ้าดูตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่ปล่อยให้ดวงวิญญาณชั่วช้าหนีรอดไปได้
เมื่อคนชั่วทั้งหมดตายแล้ว นางก็รวบรวมดวงวิญญาณมาขยำ ๆ แล้วห่อรวมกันไว้
จากนั้นเงยหน้ามองไปยังจุดหนึ่ง แสงสีทองวูบไหวในดวงตา
เฉ็ดเฉ็ดประสานมือทำมุทรา ใบหน้าน้อยเคร่งขรึม น้ำเสียงเล็กใสดุจเสียงสวรรค์
“วิถีสวรรค์กระจ่าง วิถีปฐพีสงบ ผสานฟ้าดิน มารร้ายทั้งปวงจงกลับคืนสู่ชะตา ประตูนรก—เปิด!”
สิ้นเสียง ประตูนรกอันสง่างามเคร่งขรึม แผ่ไอสังหารไปทั่วสารทิศและอบอวลด้วยกลิ่นอายหยิน ก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ คนธรรมดามองไม่เห็น
