เมื่อมาถึงดาวแม่ ฉีหยวนกลับรู้สึกตึงเครียดขึ้นมาอีก คอยเฝ้าจับตาดูสถานการณ์ของสัตว์ประหลาดเหนือห้วงมิติตัวนี้ตลอดเวลา เพราะกลัวว่ามันจะก่อความเสียหายขึ้นมา
แต่โชคดีที่สิ่งมีชีวิตตัวนี้มีนิสัยใจเย็น มันเพียงกระพือปีกเนื้อช้า ๆ ล่องลอยอยู่กลางท้องฟ้า ซึมซับแสงแดดอุ่น ๆ เหมือนกำลังเพลิดเพลินกับโลกใบนี้
“เป็นไง”
“รู้สึกดีจริง ๆ แหละ”
“อยู่ที่นี่ต่อไป ช่วยฉันทำงานล่ะก็เป็นไง”
“มีข้าวกินมีที่นอนไหม”
“ไม่มีปัญหา”
“โอเค”
ฉีหยวนเพิ่งจะรู้เป็นครั้งแรกว่าสิ่งมีชีวิตในห้วงกาลอวกาศนี่น่ารักขนาดนี้ ต่อรองง่ายเหลือเกิน ทั้งนิสัยมั่นคง สมองไม่น้อย ยังทำงานหนักโดยไม่บ่น แถมใจดีง่ายต่อรองอีก ช่างเป็นแบบอย่างพนักงานต้นแบบแห่งยุคใหม่จริง ๆ
สำหรับสัตว์ยักษ์แห่งห้วงดาราที่ได้มาโดยบังเอิญตัวนี้ ฉีหยวนตั้งใจจะตรวจสอบมันก่อน แล้วจึงวางแผนจัดการ
ย่อมต้องรู้ความสามารถ คุณลักษณะ และสภาพแวดล้อมที่จำเป็นต่อการอยู่รอดของสิ่งมีชีวิตตัวนี้เสียก่อน ถึงจะจัดการมันได้อย่างเหมาะสม
หลังตรวจสอบไประยะหนึ่ง พบว่านี่คือสิ่งมีชีวิตที่โน้มเอียงไปทางธาตุดินและธาตุมิติ ทว่าพลังงานภายในร่างกายมันปนเปกันมาก แค่ธาตุที่แยกวิเคราะห์ออกมาได้ก็เกิน 100 ชนิดแล้ว
น่าจะเป็นเพราะตอนอยู่ในห้วงมิติ มันกินไม่เลือก ธาตุพลังงานแบบไหนก็ตาม ขอแค่อิ่มพอ ไม่เคยคัดสักนิด
ฉีหยวนไม่อาจไม่ทึ่ง ภายใต้สถานการณ์แบบนี้ มันยังสามารถก้าวขึ้นถึงจุดสูงสุดระดับอภิมนุษย์ได้ ช่างเหลือความคิดจริง ๆ
