“ตอนนั้นฉันก็คัดค้านพวกเขาแบบนี้แหละ ไม่คิดว่าจะมีหนุ่มใหญ่แซ่บขนาดนั้นจริง ๆ ปีถัดมาก็มีลูกออกมาอีกคน……”
“พวกเขา…… เป็นพวกสู้ชีวิตเกินไปหรือเปล่าเนี่ย?”
จงไหมอิ้นตัวแข็งค้างไปเลย คนเหล่านั้นล้วนอายุเกิน 60 ปีไปแล้วทั้งนั้น เรื่องนี้มันโหดเกินไปจริง ๆ
แต่หลังครุ่นคิดแล้ว จงไหมอิ้นก็ยังปฏิเสธไปก่อน
“รอให้พ้นจากโลกม่านหมอกได้จริง ๆ และพัฒนาถึงที่พักพิงระดับ 9 เสียก่อนค่อยว่ากัน ฉันกังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้นโดยไม่คาดฝัน ”
ใบหน้าของจงไหมอิ้นมีความกังวลปรากฏชัด
ความกังวลของเธอไม่ไร้เหตุผล และมันก็คือเรื่องค้างคาใจของฉีหยวนมาตลอดเช่นกัน
เวลาผ่านไปสิบปีอย่างมั่นคง ทุกอย่างก้าวหน้าไปอย่างเสถียร แต่หายนะที่เคยคาดการณ์ไว้กลับยังไม่มาเสียที
อย่างไรก็ตาม ฉีหยวนไม่โง่เขลาจนคิดว่าดาวเคราะห์ดวงนี้จะปลอดภัยสงบสุขต่อไปได้ตลอดไป ย่อมมีอันตรายแอบแฝงซุ่มซ่อนอยู่ในที่ที่มองไม่เห็น
ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่หยุดยั้งการเพิ่มพูนความแข็งแกร่ง และไม่หยุดผลักดันให้อารยธรรมพัฒนาต่อไป
เขายังจดจำได้ดีว่า ที่พักพิงระดับ 8 เมื่อครั้งนั้นถูกศัตรูที่แข็งแกร่งบีบจนต้องหนีกลับเข้าสู่โลกม่านหมอก ซ่อนตัวลงในห้วงสมุทรลึกอันน่าสะพรึงกลัวแห่งนั้น
เหตุผลเบื้องหลังไม่มีใครรู้
แต่ถ้ามีทางถอยอื่นอยู่จริง พวกเขาย่อไม่เลือกวิธีทำลายตัวเองเช่นนั้น
เช่นนั้นแล้ว หายนะที่กำลังจะมาเยือนพวกเขา มันอยู่ที่ไหนกันแน่?
“เอางั้นก็ได้ รออีกช่วงหนึ่งก็แล้วกัน จังหวะนี้ฉันจะลองดูสักหน่อย ถ้าฝ่าฟันขึ้นไปถึงระดับอภิมนุษย์ได้ ลูกที่เกิดมาอาจมีพรสวรรค์สูงกว่าก็ได้ ”
