เมื่อเห็นซูไป๋ที่ทำหน้าเหวอ
นอร์ท จอร์จก็ฉายแววรังเกียจเต็มใบหน้า
ไอ้ซูไป๋นี่เป็นตัวปัญหาที่สโมสรยัดเยียดให้เขาจริง ๆ
ทีมชุดใหญ่รับเงินของสมาคมฟุตบอลแคว้นเยี่ยนมาแล้ว แต่ดันโยนภาระดูแลไอ้ตัวไร้ประโยชน์ตรงหน้านี้มาให้เขา
สามเดือนมานี้ ถึงเจ้าหมอนี่จะไม่เคยมีชื่อติดทีมแม้แต่ครั้งเดียว แม้แต่ซ้อมแข่งภายในทีมก็ไม่เคยร่วม แต่สิ้นเดือนทีไรต้องเรียกนักข่าวมาถ่ายรูปว่าซูไป๋คนนี้โด่งดังแค่ไหนในดอร์ทมุนด์
เอาเถอะ ก็แค่พวกพ่อค้าสโมสรจอมปลอมจัดฉากทำผิวเผินไว้หากินในแคว้นเยี่ยนได้ดีขึ้นเท่านั้นแหละ
ถึงจะรังเกียจซูไป๋ นักเตะสมัครเล่นไร้พรสวรรค์คนนี้แค่ไหน
แต่นอร์ท จอร์จก็เหลือบมองนักข่าวข้างสนาม แล้วจัดแจงสวมรอยยิ้มมีเสน่ห์ที่สุดของตัวเอง พลางพูดกับซูไป๋ว่า
"ซู การทดสอบฝีเท้าของนายที่ดอร์ทมุนด์ U18 ใกล้จะสิ้นสุดแล้ว วันนี้คือแมตช์ทดสอบนัดสุดท้ายที่สโมสรจัดให้เป็นพิเศษ หวังอย่างจริงใจว่านายจะผ่านการประเมิน ได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวดอร์ทมุนด์ของเรา!"
ซูไป๋มองโค้ชจอมปลอมตรงหน้าแล้วก็ยิ้ม
เขารู้ดีว่าตัวเองระดับไหน ตาเฒ่าตรงหน้านี่ก็แค่ยิ้มปลอม ๆ ราวกับจะตายให้ได้เพราะมีนักข่าวอยู่เท่านั้นแหละ
เวลาสามเดือนก็ครบกำหนดแล้ว
ความหวังเพียงหนึ่งเดียว ทักษะยิงประตูก็ดันกดมั่วไปลงที่ทักษะจ่ายบอลเสียอย่างนั้น
ตอนนี้ซูไป๋กลับทำใจได้แล้ว
เมื่อมีระบบอยู่ จะได้อยู่ดอร์ทมุนด์ต่อหรือไม่มันก็ไม่ได้ดึงดูดอะไรเขาอีก
ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยนิสัยอารมณ์ร้อนของเขา ก็มีเรื่องชกต่อยกับพวกเด็กดอร์ทมุนด์ตั้งหลายครั้งแล้ว จะอยู่ต่อก็ไม่มีรสชาติอะไร
"ติ๊งต่อง!"
"ภารกิจระบบถูกกระตุ้น!"
"ภายในเจ็ดวัน จงทำสัญญานักเตะฝึกหัดฉบับแรกให้ได้!"
"รางวัลภารกิจ: ไม่ระบุ!"
แต่จังหวะที่ซูไป๋กำลังจะเดินจากไปนั้นเอง ระบบกลับดังขึ้นมาอย่างเหนือความคาดหมาย
สัญญานักเตะฝึกหัด?
ซูไป๋อึ้งไปเลย
ตอนนี้ฝีเท้าระดับนี้ของเขา ว่ากันตามตรงก็ไม่ได้มีความหวังจะได้สัญญานักเตะฝึกหัดอะไรที่ดอร์ทมุนด์จริง ๆ นั่นแหละ
พวกนั้นตั้งท่าอยากจะไล่เขาออกชัด ๆ
เมื่อเห็นรางวัลที่ไม่ระบุอันน่าเย้ายวน
ซูไป๋ก็เลยกัดฟันทนอยู่ต่อ
ยังไงก็ยังเหลืออีกหนึ่งนัด
เผื่อจะได้รางวัลภารกิจมาบ้างล่ะน่า
ส่วนนอร์ท จอร์จตอนนี้เห็นซูไป๋ตั้งใจจะลงเล่นนัดสุดท้ายจริง ๆ ก็พยักหน้า
ฝีเท้าระดับนั้น แถมมีนักข่าวตั้งมากมาย ช่างเป็นคนหนุ่มไร้ยางอายจริง ๆ
ถ้าเป็นเขา จะปฏิเสธไปตรง ๆ เลย อย่างน้อยก็ยังพอรักษาหน้าไว้ได้บ้าง
นอร์ท จอร์จส่งสัญญาณให้โค้ชผู้ช่วย
ไม่นาน!
ผู้เล่นของทีม U18 ทั้งสองทีมก็ยืนประจำที่ในสนาม
ซูไป๋ก็ยืนอยู่ในแถวเช่นกัน
"แยกเป็นทีม A กับทีม B แล้วกัน!"
"ส่วนใหญ่คงเดิม ซู นายไปเป็นกองหน้าตัวเป้าให้ทีม A ส่วนสตีเวน นายไปอยู่ทีม B!"
นอร์ท จอร์จแบ่งทีมอย่างรวดเร็ว
ในฐานะกัปตันทีม U18 กองหน้าอัจฉริยะของดอร์ทมุนด์ สตีเวนก็ถูกจัดให้อยู่ทีม B ซึ่งเป็นตัวแทนของตัวสำรอง
แต่พวกผู้เล่นกลับไม่รู้สึกอะไรเลย
พวกเขารู้ดีว่านี่ก็แค่การจัดแมตช์อุ่นเครื่องขึ้นมาเพื่อรับมือนักข่าวกลุ่มนั้นข้างสนามเท่านั้น
ถึงตอนนั้นก็จ่ายบอลให้ไอ้หมอนี่จากแคว้นเยี่ยนเพิ่มอีกสักหน่อย ให้มันดูมีอะไรบ้างก็พอ
ยังไงซะก็นัดสุดท้ายแล้ว
แต่ทว่าตอนนี้เอง ฮัม มิดฟิลด์ตัวรับตัวหลักที่เพิ่งถูกซูไป๋ถลึงตาใส่ไปเมื่อครู่ กลับยกมือขึ้น!
"เฮดโค้ช! ผมขอไปอยู่ทีม B ด้วยครับ!"
เมื่อเห็นฮัมที่จู่ ๆ ก็ออกตัว นอร์ท จอร์จก็พยักหน้าแล้วหันหลังเดินไปข้างสนาม
ฮัมหันมามองซูไป๋แวบหนึ่ง พลางมองกล้องวิดีโอข้างสนามแล้วก็ยิ้ม
ไอ้เด็กแคว้นเยี่ยนเวรนี่ เมื่อกี้กล้าทำให้เขาขายหน้า เดี๋ยวในสนามเขาจะจัดการสั่งสอนมันให้ดี
ให้มันรู้ซะบ้างว่า ฟุตบอลน่ะไม่ใช่สิ่งที่คนแคว้นเยี่ยนจะเล่นได้
ซูไป๋รู้ดีแก่ใจว่าฮัมอาสาย้ายไปทีม B เพื่อจะทำอะไร
แต่ว่านี่อีกฝ่ายต้องการจัดการเขาในสนามอย่างเปิดเผย เขาก็จนด้วยเกล้า
ไม่นานโค้ชผู้ช่วยก็ให้ทั้งสองทีมแยกย้ายกันไปประจำฝั่ง
นอร์ท จอร์จข้างสนามมองดูในสนามด้วยสีหน้าเรียบเฉย แล้วก็พยักหน้าให้โค้ชผู้ช่วยจอฟรีย์
"ปี๊บ!"
พร้อมกับเสียงนกหวีดของจอฟรีย์ดังขึ้น
แมตช์อำลาที่จัดขึ้นเพื่อซูไป๋โดยเฉพาะนี้ก็เปิดฉากขึ้น
นักข่าวข้างสนามหลายคนก็ยกกล้องขึ้นมาเล็งไปที่ซูไป๋
นักข่าวพวกนี้ส่วนใหญ่เป็นคนที่สมาคมฟุตบอลแคว้นเยี่ยนจ้างมาในท้องถิ่น ทำไงได้ล่ะ ซูไป๋ฝีเท้าระดับไหน พวกสมาคมฟุตบอลก็รู้ดี ถ้าจะเรียกนักข่าวจาก CTV5 น่ะ พวกเขาก็ไม่มากันหรอก
พวกเขายังต้องเบิกค่าใช้จ่ายกิจกรรมครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายด้วยนี่นา ถ้าไม่มีนักข่ายมาถ่ายรูปตอนจบมันก็ไม่ได้อีก
ดังนั้น เพื่อเงินแล้ว นักข่าวหลายคนเลยพยายามเล็งกล้องไปที่ซูไป๋ในสนาม
ก็เหมือนกับที่เจ้าหน้าที่สมาคมฟุตบอลแคว้นเยี่ยนบอกก่อนจะมานั่นแหละ ให้พยายามถ่ายออกมาให้ดูดีหน่อย เอาไว้ขึ้นเว็บไซต์ทางการของพวกเขา
แต่ว่าไม่นานนัก พวกนักข่าวก็พบอย่างจนใจว่า
ไอ้หนุ่มแคว้นเยี่ยนในสนามคนนี้เล่นได้แย่จริง ๆ
ในฐานะกองหน้า การหาพื้นที่ไม่รู้เรื่อง!
เลี้ยงบอลก็ห่วยแตก!
ภายในเวลาห้านาที เขาก็เหมือนแมลงวันไร้หัวตัวหนึ่ง วิ่งเปะปะไปมาอยู่แถว ๆ กรอบเขตโทษ
ผิดระดับกับพวกผู้เล่นทีมเยาวชนของดอร์ทมุนด์อย่างสิ้นเชิง
ตอนนี้ซูไป๋ในสนามก็เล่นได้อย่างอึดอัดสุด ๆ
ถึงแม้เขาจะพยายามมากแล้ว แต่ทุกครั้งที่วิ่งหาพื้นที่ ถ้าไม่เร็วไป ก็ช้าไป
เฮดโค้ชข้างสนามก็ส่งสัญญาณให้ส่งบอลให้เขามากขึ้น
แต่เขารับไม่ได้นี่นา
หลังจากพลาดไปสองครั้ง
ซูไป๋ก็กลายเป็นอากาศธาตุในสนามอย่างสมบูรณ์
โดยเฉพาะฮัมที่ตามมาประกบเขาในทีม B ยิ่งมองซูไป๋ตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
ฝีเท้าแค่นี้ยังคิดจะอยู่ดอร์ทมุนด์ต่ออีกเหรอ?
ช่างเพื่อฝันไปเถอะ
นาทีที่หกของเกม
ฮัมตัดบอลก่อนซูไป๋ สกัดบอลทะแยงของฮาวส์ ปีกขวาทีม A ไว้ได้ และในจังหวะเดียวกันก็เปิดบอลยาว ส่งให้สตีเวน กองหน้าทีม B ที่เร่งความเร็วขึ้นไปแดนหน้า
สตีเวนใช้หน้าอกพักบอลเอียงตัว ก่อนที่ลูกจะตกถึงพื้น ก็หวดยิงเต็มข้อกลางอากาศทันที
ลูกฟุตบอลพุ่งราวกับกระสุนปืนใหญ่ ปักเข้าประตูทีม A อย่างจัง
"ปี๊บ!"
โค้ชผู้ช่วยที่ทำหน้าที่เป็นกรรมการชั่วคราวก็เป่านกหวีด
ทีม B หนึ่งต่อศูนย์ทีม A!
พวกนักข่าวข้างสนามต่างพร้อมใจกันหันกล้องทั้งหมดไปจับที่สตีเวน อัจฉริยะของดอร์ทมุนด์ผู้เพิ่งทำประตูสุดสวยได้เมื่อครู่นี้
ซูไป๋ยืนหงอยอยู่แดนหน้าอย่างหมดอาลัย
ฮัมผู้ทำแอสซิสต์ลูกเปิดยาว เดินผ่านหน้าซูไป๋ไปพร้อมรอยยิ้มเย็น
ส่วนฮาวส์ที่เพิ่งจ่ายบอลให้ซูไป๋เมื่อสักครู่ ก็ได้แต่ถอนหายใจโดยไม่ได้พูดอะไร
ลูกเมื่อกี้ เขาจ่ายได้ไม่มีปัญหาเลย เป็นเพราะไอ้หนุ่มแคว้นเยี่ยนคนนั้นวิ่งเลยตำแหน่งไปเองชัด ๆ
ฮาวส์ส่ายหน้าอย่างจนใจแล้วหันหลังกลับไปแดนของตัวเอง
หลังจากนั้น ทีม A ก็เริ่มเกมรุกของตัวเองบ้าง
ซูไป๋ถูกทิ้งโดยสมบูรณ์ในจุดนี้
เป็นเวลากว่าสิบนาทีเต็ม ๆ ที่ซูไป๋ไม่ได้สัมผัสบอลเลยแม้แต่ครั้งเดียว
กลับกลายเป็นว่าเจ้าฮัมดันเลิกประกบซูไป๋โดยตรง แล้วดันขึ้นสูงไปรุกแดนหน้าเลย
เมื่อเห็นว่าอยู่แดนหน้าแล้วไม่มีอะไรทำ ซูไป๋ก็เลยจำใจลงมาที่แดนกลางเพื่อช่วยเล่นเกมรับ
เฮดโค้ชข้างสนามนอร์ท จอร์จมองดูการเล่นของซูไป๋แล้วก็ส่ายหน้าอย่างจนใจ
เจ้าหมอนี่มันไอ้ตัวไร้ประโยชน์ไร้พรสวรรค์จริง ๆ
ซูไป๋ที่เกมรับก็ห่วย พอลงมาแดนกลางแล้วก็ยังทำอะไรไม่ได้เลย
พวกนักข่าวข้างสนาม มองดูซูไป๋ที่กว่าสิบนาทียังไม่ได้แตะบอลเลยสักที ก็เริ่มลำบากใจ
พวกเขามองหน้ากันไปมา ไอ้หมอนี่แตะบอลยังไม่ได้เลย จะให้พวกเขาถ่ายรูปดี ๆ ได้ยังไง?
เพียงแต่ว่า!
ตอนนี้ในสนาม
ซูไป๋ที่กำลังวิ่งไล่บอลอย่างแข็งขันมาตลอด กลับได้รับลูกฟุตบอลจากมอนตารี มิดฟิลด์ตัวรับทีม A อย่างเหนือความคาดหมาย
ในชั่วขณะที่ซูไป๋ซึ่งยืนอยู่กลางสนามรับบอล
ราวกับมีกระแสไฟฟ้าแล่นไปทั่วร่าง
ดึงบอลกลับตัวหมุน!
ตรงหน้าของซูไป๋ปรากฏภาพอันน่าประหลาด
ในตอนนั้น!
เบื้องหน้าของเขาเหมือนปรากฏเส้นนับไม่ถ้วน!
และทุก ๆ เส้นก็มาพร้อมกับดัชนีอัตราความสำเร็จ ราวกับผ่านการคำนวณมาอย่างแม่นยำ
เกือบจะเป็นจังหวะที่ดึงบอลนั้นเอง
ซูไป๋ก็ขยับ!
เท้าขวาหวดเข้าใส่ชายลูกฟุตบอลอย่างแรง!
ก็เห็นว่า ลูกฟุตบอลหมุนอย่างรุนแรงพร้อมพุ่งไปทางแดนหลังของทีม B
ในขณะที่พุ่งไปไกลและหมุนอยู่นั้น ลูกฟุตบอลก็วาดเส้นโค้งอันน่าประหลาดกลางอากาศ!
ราวกับสายรุ้งกินน้ำ พุ่งข้ามแนวรับทั้งหมดของทีม B ไปโดยตรง
หล่นลงในช่องระหว่างผู้รักษาประตูกับกองหลังตัวกลางสองคนของทีม B
และในจังหวะที่ลูกฟุตบอลตกถึงพื้น
ฮาวส์ ปีกขวาของทีม A ก็ปรากฏตัวขึ้นตรงนั้นอย่างน่าอัศจรรย์
ไม่ได้พักบอล!
ฮาวส์ใช้เท้าขวาดันยิงเสียบเสาไกล!
ลูกฟุตบอลพุ่งเข้าซอกมุมประตูอย่างจัง!
หนึ่งต่อหนึ่ง!!!
ทีม A ตีไข่คืนได้หนึ่งลูก!
ซูไป๋ทำแอสซิสต์แล้วเหรอ???
นักข่าวหลายคนรีบเล็งกล้องไปที่ซูไป๋อย่างตื่นเต้นทันที
ในที่สุดก็ถ่ายได้สองรูปซะที
พวกนักข่าวต่างทึ่งในความโชคดีของเจ้าหมอนี่
กะจ่ายมั่วส่งเดชไปลูกหนึ่ง ดันได้แอสซิสต์มาเฉยเลย
แต่ทว่าในหมู่นักข่าวเวลานี้ ชายแก่หัวขาวโพลนทั้งศีรษะคนหนึ่ง กลับมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันใด แล้วมองไปที่ซูไป๋ซึ่งยังยืนเหม่ออยู่กลางสนาม!
ในแววตาเผยให้เห็นความทึ่ง และยังมีความฉงนอยู่บ้าง!
แน่นอนว่า เรื่องทั้งหมดนี้ คนอื่น ๆ กลับไม่รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อย
แม้กระทั่งนอร์ท จอร์จ หัวหน้าโค้ชของดอร์ทมุนด์ที่อยู่ข้างสนาม ก็ยังดูนาฬิกาอย่างเบื่อหน่าย
ซูไป๋ฝีเท้าระดับไหนเขารู้ดีแก่ใจ ลูกนี้หมาแหกแน่!
........