หลักสูตรของมหาวิทยาลัยเอ็มแน่นขนัดกว่าที่คิด
สัปดาห์แรกหลังเปิดเทอม ตารางเรียนของสุยหยางก็อัดแน่นจนแทบไม่มีช่องว่าง นอกจากวิชาหลักของสาขาแล้ว เธอยังลงวิชาเลือกด้านการเงิน การจัดการ และการวิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มอีกด้วย แต่ละวันจึงหมดไปกับการอยู่ในห้องเรียน ไม่ก็หมกตัวอยู่ในห้องสมุด
ฟูจินเฉียวยุ่งกว่าเธอเสียอีก
งานของบริษัททั้งในและต่างประเทศ รวมถึงหลักสูตรและโครงการต่าง ๆ แทบกินเวลาทั้งหมดของเขา ทว่าต่อให้ดึกแค่ไหน ขอเพียงสุยหยางออกมาจากห้องสมุด ก็จะเห็นเขารออยู่ด้านนอกเสมอ
ยามเย็นในฤดูใบไม้ผลิ ฝนเพิ่งหยุดตกในมหาวิทยาลัย
สุยหยางอุ้มคอมพิวเตอร์เดินออกจากห้องสมุด เหลือบมองก็เห็นฟูจินเฉียวยืนอยู่ตรงเชิงบันได
เขาสวมเสื้อโค้ตกันลมสีดำ มือหนึ่งถือโทรศัพท์ กำลังคุยกับใครบางคนเสียงเบา สายลมพัดผ่านสนามหญ้าที่ชุ่มฝน ชายเสื้อของเขาพลิ้วไหวเบา ๆ
นักศึกษาหญิงที่เดินผ่านไปมาต่างหันกลับมามองอยู่บ่อยครั้ง
สุยหยางยืนอยู่บนบันได มองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเรียกเบา ๆ
“ฟูจินเฉียว”
ฟูจินเฉียวเงยหน้าขึ้นแทบจะทันที
ทันทีที่เห็นเธอ ความเย็นชาระหว่างคิ้วและดวงตาของเขาก็สลายไปจนหมด
“เรื่องแผนงานที่เหลือไว้คุยกันพรุ่งนี้”
เขาวางสายแล้วรีบเดินเข้ามา รับของในอ้อมแขนสุยหยางไปถือ ก่อนจะจับมือที่เย็นเฉียบของเธอ
“ทำไมไม่ใส่ถุงมือ?”
“ตอนออกมาลืมไปน่ะ”
สุยหยางซุกมือเข้าไปในแขนเสื้อ พูดเสียงนุ่มว่า “ก็ไม่ได้หนาวมากสักหน่อย”
ฟูจินเฉียวไม่พูดอะไร เพียงจับมือเธอไว้แล้วสอดเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ตของตัวเอง
ปลายนิ้วของสุยหยางถูกโอบล้อมด้วยไออุ่น
เธอหันหน้าไปหาเขา มุมปากค่อย ๆ ยกขึ้น
“ฟูจินเฉียว”
“หืม?”
“เรามาแข่งกันเถอะ”
“แข่งอะไรกัน?”
“แข่งกันว่าใครจะเรียนจบทุกวิชาก่อน”
ฟูจินเฉียวก้มมองเธอ
ดวงตาของหญิงสาวใสกระจ่าง เต็มไปด้วยความตั้งใจและความกระตือรือร้นอย่างไม่ปิดบัง
เขาบีบนิ้วเธอเบา ๆ
“แล้วรางวัลล่ะ?”
“คนชนะขออะไรจากคนแพ้ได้หนึ่งอย่าง”
“ขออะไรก็ได้เลยหรือ?”
สุยหยางมองเขาอย่างระแวดระวัง
“ขออย่างสมเหตุสมผล”
“ตกลง”
ฟูจินเฉียวรับคำอย่างไม่ลังเล
2 ปีต่อมา สุยหยางถือใบแจ้งผลวิชาสุดท้ายเดินออกจากห้องทำงาน
ฟูจินเฉียวยืนพิงอยู่ตรงสุดทางเดินเพื่อรอเธอ
