เช้าวันถัดมา ทั้งสองก็ไปสำนักทะเบียนสมรสกัน
วันนั้นบังเอิญเป็นวันมงคล จึงมีคู่รักมาจดทะเบียนกันไม่น้อย
ฟูจินเฉียวพาสุยหยางไปนั่งรอในบริเวณพักคอย เขาถือบัตรคิวไว้เอง คอยมองจอแสดงผลเป็นระยะ
สุยหยางเอนตัวอยู่ข้างกายเขา ก่อนถามเสียงเบา “ตื่นเต้นไหม?”
“ไม่ตื่นเต้น”
“ถ้าอย่างนั้นทำไมถึงจับมือฉันแน่นอยู่ตลอดล่ะ?”
ฟูจินเฉียวก้มมอง จึงเพิ่งเห็นว่าปลายนิ้วของสุยหยางถูกเขากุมจนแดงระเรื่อ
เขารีบคลายแรงมือ แล้วลูบเบา ๆ ให้เธอสองครั้ง
“เจ็บไหม?”
“ไม่เจ็บ”
สุยหยางกลั้นยิ้ม “ฟูจินเฉียว เมื่อคืนคุณไม่ได้นอนใช่ไหม?”
“นอนแล้ว”
“นอนกี่โมง?”
ฟูจินเฉียวนิ่งไปสองวินาที
“ก่อนฟ้าสาง”
“ผมนอนไม่หลับเลย หยางหยาง”
เขาก้มมองเอกสารในมืออีกครั้ง ตรวจดูให้แน่ใจว่าบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และรูปถ่ายติดเอกสารอยู่ครบ
“ผมกลัวว่าพอตื่นขึ้นมา หยางหยางจะเปลี่ยนใจ”
สุยหยางขยับเข้าใกล้เขา กดเสียงลงต่ำ
“ตอนนี้หนีไปยังทันไหม?”
มือของฟูจินเฉียวพลันกำแน่นขึ้น
“ไม่ทันแล้ว”
สุยหยางหลุดหัวเราะออกมาในที่สุด
เมื่อถึงคิวของพวกเขา เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารเสร็จแล้วมองคู่รักตรงหน้าที่ดูเหมาะสมกันเป็นอย่างยิ่ง ก่อนยิ้มพลางบอกให้ลงชื่อ
ตอนฟูจินเฉียวจรดปากกา นิ้วมือของเขายังคงแข็งเกร็งเล็กน้อย
กระทั่งตราประทับสองดวงถูกประทับลง และเจ้าหน้าที่ส่งสมุดทะเบียนสมรสสีแดงสองเล่มให้ เขาจึงค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกมา
“ยินดีกับทั้งสองท่านด้วยนะคะ”
เจ้าหน้าที่กล่าวพร้อมรอยยิ้ม “ขอให้ครองรักกันยืนยาว มีชีวิตที่เปี่ยมสุข และหน้าที่การงานก้าวหน้ารุ่งเรืองนะคะ”
“ขอบคุณครับ”
ฟูจินเฉียวรับสมุดทะเบียนสมรสมาอย่างทะนุถนอม แม้แต่คำขอบคุณก็ยังอบอุ่นกว่าปกติอยู่หลายส่วน
สุยหยางเองก็ยิ้มจนดวงตาโค้ง
“ขอบคุณสำหรับคำอวยพรนะคะ”
ทั้งสองจูงมือกันเดินออกจากสำนักทะเบียนสมรส
แสงแดดด้านนอกกำลังงดงาม ข้างบันไดมีดอกไม้หลายกอที่เพิ่งผลิบาน
ฟูจินเฉียวยืนอยู่ตรงประตู พลิกสมุดสีแดงสองเล่มไปมาดูหลายรอบ ก่อนเก็บมันไว้ในกระเป๋าด้านในของชุดสูทอย่างดี
