รอยแดงจาง ๆ นั้นเลือนรางมาก ท่ามกลางแสงไฟสีเหลืองสลัวที่ไหววูบในตู้รถไฟ หากไม่ตั้งใจมองก็แทบสังเกตไม่เห็น
แต่เสิ่นซิ่วเหอเคยดูแลเสิ่นเว่ยจวินที่บาดเจ็บอยู่ในตระกูลเสิ่น อีกทั้งยังเคยเห็นตอนฆ่าหมู จึงไวต่อกลิ่นคาวเลือดเป็นพิเศษ
นั่นคือ...เลือด
ดูจากสีที่ซึมออกมาแล้ว คล้ายจะเป็นแผลที่เพิ่งได้รับมา เลือดยังไม่แข็งตัวดีด้วยซ้ำ
หัวใจของเสิ่นซิ่วเหอกระตุกวูบ เส้นประสาทที่เพิ่งผ่อนคลายลงพลันตึงเครียดขึ้นมาอีกครั้ง
ก่อนหน้านี้ตู้รถไฟด้านหน้ามีโจรอาละวาด แต่ชายคนนี้กลับไปตักน้ำด้วยสีหน้าเรียบเฉย พอกลับมา เสียงเอะอะโวยวายนั่นก็สงบลงอย่างน่าประหลาด
ขณะที่เสิ่นซิ่วเหอกำลังคิดฟุ้งซ่าน รถไฟก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงกะทันหัน เสียงเสียดสีแสบแก้วหูดังขึ้น ความเร็วลดลงอย่างเห็นได้ชัด
“ผู้โดยสารทุกท่านโปรดทราบ ขณะนี้รถไฟจอดชั่วคราวเพื่อตรวจซ่อมรางด้านหน้า ขอให้ทุกท่านอยู่ในความสงบและอย่าเดินไปมา”
เสียงประกาศของพนักงานรถไฟดังมาจากลำโพง พร้อมเสียงซ่าของกระแสไฟฟ้า
เสียงบ่นดังระงมไปทั่วตู้รถไฟทันที
“ทำไมจอดอีกแล้วล่ะ? นี่เป็นครั้งที่เท่าไรแล้วเนี่ย?”
“โอ๊ย อึดอัดจะตายอยู่แล้ว ฉันอยากเข้าห้องน้ำ!”
ระหว่างที่รถไฟจอด ประตูตรงรอยต่อระหว่างตู้ก็ถูกผลักเปิดอย่างแรง ลมหนาวปะปนกลิ่นบุหรี่พัดกรูเข้ามา
เสิ่นซิ่วเหอหันไปมองชายที่นั่งข้าง ๆ โดยไม่รู้ตัว
เห็นเขาปิดหนังสือแล้วเก็บใส่ถุงผ้าใบ จากนั้นก็ลุกขึ้นยืน กวาดตามองไปรอบตู้รถไฟ ก่อนสายตาจะหยุดลงที่เสิ่นซิ่วเหอ
