ส่งเฉินเส้าชวนกลับไปแล้ว เธอก็ถือกุญแจขึ้นไปชั้นสอง หาห้องของตัวเองจนเจอ แล้วเปิดประตูเข้าไปดู
เกินคาด ห้องนี้สภาพดีมาก ด้านซ้ายชิดผนังมีเตียงเตาเล็ก ๆ ตรงข้ามเป็นหน้าต่าง ใต้หน้าต่างมีโต๊ะหนึ่งตัวกับม้านั่งสองตัว
เธอเดินเข้าไปลูบผ้าห่มบนเตียงเตา นุ่มและหนา ดูแล้วอบอุ่นมาก
แต่ตอนนี้อากาศยังต้องใช้ผ้าห่มหนาขนาดนี้ด้วยหรือ
‘ก๊อก ก๊อก!’
เสียงเคาะประตูดังขึ้นด้านหลังอย่างกะทันหัน เธอหันไปมอง ก็เห็นป้าคนหนึ่งที่เข้าเวรอยู่ชั้นล่าง
เสิ่นซิ่วเหอกอดห่อผ้าแน่น “คุณมีธุระอะไรหรือคะ?”
ป้าคนนั้นสะดุ้งกับท่าทีของเธอ “เธอ... เธอลืมเอาน้ำร้อนมา ฉันเลยยกกามาให้”
เสิ่นซิ่วเหอชะงักไปเมื่อเห็นกาน้ำร้อนในอ้อมแขนของอีกฝ่าย “ขอบคุณค่ะ”
ป้าคนนั้นเหลือบมองเธอ วางกาน้ำลงบนโต๊ะแล้วหันหลังเดินจากไป
เสิ่นซิ่วเหอลูบท้ายทอย นิสัยตกใจง่ายของเธอคงต้องแก้เสียแล้ว
ที่นี่ไม่มีอู๋ไหลตี้ ไม่มีหลิวต้าเหม่ย และยิ่งไม่มีพวกหลี่เถี่ยจู้
เธอหยิบหมั่นโถวเย็นที่เหลือออกจากห่อผ้า กินกับน้ำร้อนจนหมด พอประทังเป็นมื้อหนึ่งได้
ตอนนี้เธอพอใจมากแล้ว ตอนอยู่ตระกูลเสิ่น อู๋ไหลตี้ควบคุมเธอ ต้องตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างมาทำงาน ทั้งวันได้กินแค่มื้อเดียว แถมยังเป็นโจ๊กผักป่า
ส่วนหลังจากแต่งเข้าตระกูลหลี่...
สีหน้าเสิ่นซิ่วเหอเย็นชาลง เธอหลีกเลี่ยงความคิดนั้นโดยไม่รู้ตัว ไม่อยากย้อนนึกถึง
นั่งรถไฟมาทั้งวันทั้งคืน ร่างกายเธอแทบแหลกเป็นเสี่ยง ๆ พอล็อกประตูห้องเรียบร้อย เธอก็ขดตัวบนเตียงเตา ก่อนจะผล็อยหลับไปอย่างสะลึมสะลือ
พอลืมตาขึ้นอีกครั้ง ฟ้าก็สว่างจ้าแล้ว
เมื่อคืนเธอหลับสบายมาก ร่างกายก็มีเรี่ยวแรงขึ้น เธอก้มมองชุดที่สวมอยู่ คิดอยู่พักใหญ่ สุดท้ายก็ตัดสินใจว่าไม่เปลี่ยนดีกว่า
