เสิ่นสวินพาหลินซูถงเดินช้อปปิ้งตลอดทั้งวัน ซื้อเสื้อผ้าข้าวของตั้งแต่หัวจรดเท้าจนครบ แถมยังทำหน้าที่เป็นคนถือกระเป๋าให้เธออีกด้วย
หลินซูถงกระหายน้ำ เสิ่นสวินก็ยื่นน้ำให้
หลินซูถงปวดเมื่อยขา เสิ่นสวินก็นวดขาให้
หลินซูถงไม่อยากเดินต่อแล้วจริง ๆ เสิ่นสวินจึงย่อตัวลงตรงหน้า แบกเธอขึ้นหลังแล้วเดินไปยังบ้านหลังใหม่
พอวางเธอลงบนโซฟา หลินซูถงก็เงยหน้าขึ้นจุมพิตมุมปากเขาเบา ๆ “วันนี้เหนื่อยมากเลยนะคะ อาสวิน”
เสิ่นสวินยื่นมือไปลูบศีรษะเธอเบา ๆ แล้วพูดอย่างอ่อนโยนว่า “อาบน้ำเสร็จแล้วก็รีบพักผ่อนนะ”
หลินซูถงชะงักไป ตอนนี้เพิ่งจะหนึ่งทุ่มเอง
“อาสวิน คุณจะกลับแล้วเหรอ”
“ออกมาทั้งวันแล้ว” เสิ่นสวินเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ หนึ่งทุ่มสิบ กลับถึงบ้านก็พอดีหนึ่งทุ่มครึ่ง เจียงไหลก็น่าจะถึงบ้านเวลาไล่เลี่ยกัน
เขาหยิบเสื้อคลุมขึ้นพาดแขน หันหลังจะเดินออกไป แต่จู่ ๆ นิ้วมือก็ถูกดึงเอาไว้
หลินซูถงมองเขาด้วยแววตาอ่อนหวานดุจสายน้ำ “อาสวิน คุณจะไปจริง ๆ เหรอ”
“อยู่ต่อไม่เหมาะ” เสิ่นสวินขมวดคิ้วเล็กน้อย “ฉันกับเจียงไหลยังเป็นสามีภรรยากัน”
หัวใจหลินซูถงเย็นวาบ ดวงตาแดงก่ำขึ้นมาทันที “คุณ...คุณตกหลุมรักเธอแล้วใช่ไหม”
“เปล่า” เสิ่นสวินตอบอย่างรวดเร็ว “ซูถง อย่าคิดฟุ้งซ่านสิ เมื่อสี่ปีก่อนคนที่ฉันรักคือเธอ และสี่ปีให้หลัง คนที่ฉันรักก็ยังเป็นเธอเหมือนเดิม”
“แล้วเจียงไหลล่ะ”
“เจียงไหล...” เสิ่นสวินเอ่ยชื่อนั้น ลำคอพลันตีบตัน “ฉันแต่งงานกับเธอแล้ว ก็ต้องรับผิดชอบเธอ”
หลินซูถงรู้สึกว่าช่างเป็นเรื่องน่าขันเสียจริง ตอนนี้กลับมาพูดเรื่องรับผิดชอบเจียงไหลอีกแล้วงั้นเหรอ แล้วเธอล่ะ นับเป็นอะไร
