เวินหว่านรีบเร่งพลังยุคน้ำแข็ง
แต่เห็นได้ชัดว่าพลังจิตของเธอไม่เพียงพอ เขตแดนน้ำแข็งจึงแผ่คลุมได้แค่ร่างของตัวเอง ไม่อาจครอบคลุมหวังหมิงได้เลย
“หวังหมิง ตื่นสิ หวังหมิง!” เวินหว่านร้อนใจจนแทบร้องไห้
“ฮือ ๆ นายตายแล้วก็ปล่อยฉันได้ไหม!”
เพี๊ยะ!
วินาทีถัดมา เสียงใสกังวานก็ดังขึ้น หวังหมิงตีก้นเวินหว่านอีกครั้ง ก่อนจะลุกขึ้นยืน แววตากระจ่างใสขึ้นมา ร่างกายกระปรี้กระเปร่าเต็มเปี่ยม
“สุดยอด!”
ใช่แล้ว เมื่อครู่เขาตายอีกครั้ง!
คราวนี้เขาเลือกพลังพิเศษเป็นรางวัลอีกครั้ง
พลังพิเศษระดับเอสเอสเอสอีกแล้ว พลังเหมันต์มาเยือน!
เป็นอย่างที่คิด วิธีตายที่ต่างกันจะได้รับพลังพิเศษต่างกัน
พลังนี้แตกต่างจากยุคน้ำแข็งที่เวินหว่านใช้เป็นพลังโจมตีหลัก มันเป็นพลังที่มีไว้ข่มไฟโดยเฉพาะ
ความเย็นสบายสายหนึ่งแผ่ซ่านไปทั่วร่างในพริบตา
“อ๊า! ไอ้บ้า! อยากตายนักหรือไง!” เวินหว่านกัดฟันกรอด จ้องหวังหมิงด้วยความอับอายปนโกรธ นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่หวังหมิงตีก้นเธอ
น่าโมโห ออกไปได้เมื่อไรต้องแก้แค้นให้ได้!
เอ๊ะ? ทำไมผมเขาถึงงอกแล้ว แถมทำไมจู่ ๆ ถึงรู้สึกเย็นสบายขึ้นมา?
ทันใดนั้น
เวินหว่านสังเกตเห็นความผิดปกติ ทั้งที่เมื่อครู่ยังร้อนระอุอยู่เลย แต่ตอนนี้กลับเย็นสบายอย่างยิ่ง
เกิดอะไรขึ้น?
เธอลองยื่นมือเล็ก ๆ ออกไปด้านนอก วินาทีถัดมาก็รู้สึกแสบร้อน จึงรีบชักมือกลับ
เธอมองหวังหมิงด้วยความประหลาดใจ
เป็นหวังหมิง!
ไอเย็นนี้แผ่ออกมาจากตัวหวังหมิง!
ดูเหมือนจะเป็นพลังพิเศษชนิดเดียวกับยุคน้ำแข็งของเธอ!
“เขามีพลังพิเศษสองชนิดเหรอ?”
เวินหว่านตกตะลึงอยู่ในใจ ราวกับค้นพบความลับอันน่าตื่นตะลึง
คนที่มีพลังพิเศษสองชนิดใช่ว่าจะไม่มีในโลก แต่มีน้อยยิ่งกว่าน้อย เธอไม่คิดเลยว่าหวังหมิงจะเป็นหนึ่งในนั้น...
แถมทำไมถึงรู้สึกว่าเขาควบคุมพลังพิเศษได้ดีกว่าเธออีก?
..........
ด้านนอกหอพลังพิเศษ ผู้มีพลังธาตุน้ำทยอยกันมาช่วยดับไฟ แต่เปลวเพลิงของราชานกกระจอกเพลิงระดับสี่รุนแรงเกินไป แทบไม่ได้ผล
บอดี้การ์ดสองคนฝ่าวงล้อมออกมาได้แล้ว ยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยสีหน้าร้อนใจ
“ทำไมท่านผู้ว่าการเวินยังไม่มาอีก?”
สิ้นเสียงนั้น ท้องฟ้าก็ส่งเสียงครืนครั่น อากาศสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แสงพุ่งทะยานที่เปี่ยมด้วยจิตสังหารสายหนึ่งพาดผ่านขอบฟ้า ตามมาด้วยกลิ่นอายเฉพาะตัวของผู้ครองขั้นห้าทันที
“เป็นท่านผู้ว่าการเวิน!” บอดี้การ์ดจำกลิ่นอายนั้นได้ แต่ไม่นานก็จมดิ่งสู่ความสิ้นหวัง เพราะท่านผู้ว่าการเวินไม่ได้มาทางนี้
“เกิดอะไรขึ้น?! ทำไมท่านผู้ว่าการเวินถึงไม่มาช่วยลูกสาว?”
บอดี้การ์ดอีกคนคล้ายจะเข้าใจบางอย่าง เขาถอนหายใจยาว “เรื่องส่วนตัวกับความถูกต้อง ยากจะเลือกให้ครบทั้งสองอย่าง...”
“ถ้าไม่กำจัดราชานกกระจอกเพลิง เมืองชวนสู่ก็จะมีคนตายมากขึ้น...”
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็หมดหนทางแล้วหรือ?”
ทั้งสองเงียบงันไปพร้อมกัน
“รีบดูเร็ว! เหมือนมีคนออกมาแล้ว!!” จู่ ๆ ใครบางคนก็ร้องขึ้น สายตาของทุกคนพากันมองไปยังทิศทางนั้น
ภายใต้เปลวเพลิงของสัตว์อสูรระดับสี่ ยังมีคนหนีออกมาได้ด้วยหรือ?
ท่ามกลางเปลวไฟโหมกระหน่ำ เงาร่างคลุมเครือของมนุษย์ค่อย ๆ ปรากฏขึ้น เมื่อเงานั้นเข้ามาใกล้ ทุกคนก็เริ่มมองเห็นตัวตนที่แท้จริงของร่างนั้นชัดขึ้น
“นี่...ดูเหมือนจะเป็นนักเรียน?!”
“เป็นไปได้ยังไง? กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากตัวเขาอยู่แค่ขั้นตื่นรู้เอง เขาทำได้ยังไง?”
“แถมยังช่วยแฟนสาวออกมาได้ด้วย ตัวเองถูกไฟเผาจนเป็นแบบนี้ แต่แฟนสาวกลับปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน ไม่มีร่องรอยถูกไฟเผาเลย มีแฟนแบบนี้ช่างมีความสุขจริง ๆ ถ้าฉันมีแฟนแบบนี้ก็คงดี”
“...”
ผู้คนรอบข้างเบิกตากว้าง มองทั้งสองอย่างไม่อยากเชื่อ แค่มีพลังระดับขั้นตื่นรู้ก็เดินออกจากทะเลเพลิงได้อย่างสบาย ๆ เรื่องนี้ชวนตะลึงเกินไปแล้ว
เมื่อถูกคนมากมายจับจ้อง ใบหน้าเล็ก ๆ ของเวินหว่านก็แดงระเรื่อ เธอซุกหน้าไว้กับอกหวังหมิง ไม่กล้ามองคนอื่น
บอดี้การ์ดทั้งสองชะงักไปเมื่อเห็นคนที่ออกมาเป็นหวังหมิง แต่พอเห็นคนที่เขาอุ้มคือคุณหนูเวินหว่าน ก็วิ่งเข้าไปหาอย่างดีใจทันที
“คุณหนูเวินหว่าน!! คุณหนูไม่เป็นไรใช่ไหมครับ?”
ได้ยินเช่นนั้น เวินหว่านถึงนึกขึ้นได้ว่าตัวเองออกมาแล้ว ไม่จำเป็นต้องอยู่ในอ้อมกอดหวังหมิงอีกแล้วนี่นา
“รีบปล่อยฉันลง” เวินหว่านหน้าแดงพลางพูดเสียงเบา
หวังหมิงจึงยอมวางเธอลงอย่างอาลัยอาวรณ์ เอาจริง ๆ นี่เป็นครั้งแรกในสองชาติที่เขาได้อุ้มหญิงสาว ความรู้สึกช่างมีความสุขเหลือเกิน
“.....ขอบคุณนะ หวังหมิง”
บอดี้การ์ดทั้งสองเห็นท่าทางเขินอายของเวินหว่านแล้วอดตกตะลึงในใจไม่ได้
คุณหนูของพวกเขาเคยทำตัวแบบนี้กับผู้ชายคนไหนเสียที่ไหน?
ทั้งคู่จ้องหวังหมิงอย่างไม่เป็นมิตร สงสัยอย่างยิ่งว่าระหว่างอยู่ในกองเพลิง ทั้งสองคนทำอะไรกันหรือเปล่า
จากนั้นหวังหมิงก็หันหลังเดินจากไป
เวินหว่านรีบร้องเรียก “หวังหมิง นายจะไปไหน?”
“ไปช่วยคน”
ตอนนี้ในหอพลังพิเศษต้องยังมีคนอื่นติดอยู่แน่ ความยุติธรรมในใจหวังหมิงไม่ยอมให้เขายืนดูอยู่เฉย ๆ
ยิ่งไปกว่านั้น นี่เป็นโอกาสดีที่จะได้ตาย
ถึงตอนนี้เขาจะไม่มีจำนวนครั้งตายเหลือแล้ว แต่เขาดูเวลาแล้ว อีกเดี๋ยวก็จะเที่ยงคืน พอถึงตอนนั้นก็จะได้โอกาสคืนชีพมาอีกครั้ง ไม่ต้องกังวลเลย!
ได้ยินเช่นนี้ เวินหว่านก็ขมวดคิ้ว “ไฟใหญ่ขนาดนั้น แม้แต่ผู้มีพลังขั้นสองยังไม่กล้าเข้าไป นายมีพลังแค่ขั้นตื่นรู้ จะเข้าไปตายหรือไง?”
หวังหมิงหยุดฝีเท้า หันมายิ้มให้ “นักเรียนเวินหว่าน นี่เป็นห่วงฉันเหรอ?”
“ใครเป็นห่วงนายกัน อยากตายก็ไปตายเลย ฉันไม่สนหรอก!”
“ถ้าไม่ตาย ฉันก็ไม่เข้าไปหรอก”
พูดจบ หวังหมิงก็เดินมุ่งหน้าเข้าไปในทะเลเพลิง ทิ้งไว้เพียงแผ่นหลังที่ดูน่าเวทนาอยู่บ้าง เสื้อผ้าด้านหลังถูกไฟเผาจนหายไปหมดแล้ว
“ไอ้บ้านี่!!”
เห็นหวังหมิงเข้าไปจริง ๆ เวินหว่านก็โกรธจนกระทืบเท้าอยู่กับที่
บอดี้การ์ดลองถามอย่างระมัดระวัง “คุณหนูเวินหว่าน งั้นพวกเรากลับกันเถอะครับ ที่นี่อันตรายเกินไป”
สีหน้าเวินหว่านแข็งค้าง จากนั้นก็กอดอก “ไม่ได้! ฉันจะอยู่ตรงนี้ดูไอ้คนไร้ยางอายนั่นตายอยู่ข้างใน ไม่อย่างนั้นฉันถึงจะวางใจ”
ที่ไม่วางใจนี่หมายถึงเรื่องนี้จริง ๆ หรือ?
บอดี้การ์ดทั้งสองสบตากัน ไม่กล้าเปิดโปงเวินหว่าน ได้แต่คิดในใจว่าแย่แล้ว
......
ผู้คนรอบข้างรวมตัวกันมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเห็นนักเรียนขั้นตื่นรู้คนหนึ่งบุกเข้าไปช่วยคนในทะเลเพลิง ทุกคนต่างพากันร้องอุทาน
“บ้าไปแล้ว!! เขาเข้าไปอีกแล้ว!! ไม่กลัวตายหรือไง?”
“บ้าเอ๊ย! แม้แต่นักเรียนยังกล้าบุกเข้าไปช่วยคน พวกเราผู้ชายอกสามศอกจะกลัวอะไร?!”
“ใช่แล้ว จะสู้แม้แต่นักเรียนคนเดียวยังไม่ได้ได้ยังไง!!”
“ผู้มีพลังธาตุน้ำขั้นสองขึ้นไป ตามฉันมา! พวกเราช่วยกันเปิดทาง เตรียมรับนักเรียนคนนั้นออกมา!”
“......”
ในกองเพลิง หวังหมิงค้นหาผู้คนไปพลาง มองแผงค่าสถานะของตัวเองไปพลาง
【ผู้ใช้: หวังหมิง】
【ขอบเขต: ขั้นตื่นรู้ระยะต้น】
【พลังพิเศษ: การรักษาเหนือสามัญ (เอฟ), กายาทองแดงกระดูกเหล็ก (เอสเอสเอส), พลังเหมันต์มาเยือน (เอสเอสเอส)】
【จำนวนครั้งคืนชีพ: 0/1】
“ยังดีที่ฉันเกิดมาสองชาติ พลังจิตเหนือกว่าคนวัยเดียวกันมาก พอจะขับเคลื่อน【พลังเหมันต์มาเยือน】ได้นาน 20 นาที”
“แถมด้วยสภาพร่างกายตอนนี้ ฉันใช้พลังพิเศษเป็นช่วง ๆ ได้เต็มที่ อยู่ในกองเพลิงเกินครึ่งชั่วโมงก็ไม่มีปัญหา”
“ขอแค่ทนจนจำนวนครั้งคืนชีพรีเฟรช ก็ไม่ต้องกลัวแล้ว”
หวังหมิงครุ่นคิดอยู่ในใจ แล้วจู่ ๆ ก็เกิดความสงสัยขึ้นมา
ถ้าตอนนี้เขาถูกไฟเผาตายอีกครั้ง จะเกิดอะไรขึ้น?
พลังพิเศษระดับเอสเอสเอสยังวิวัฒนาการได้อีกไหม?
......
......
【การแบ่งขอบเขต: ขั้นหนึ่งตื่นรู้, ขั้นสองรวมปราณ, ขั้นสามเหนือสามัญ, ขั้นสี่ปรมาจารย์, ขั้นห้าผู้ครอง, ขั้นหกเข้าสู่ศักดิ์สิทธิ์, ขั้นเจ็ดจักรพรรดิมนุษย์, ขั้นแปดสูงส่ง, ขั้นเก้าหลุดพ้น (แต่ละขั้นแบ่งเป็น 4 ระยะย่อย ได้แก่ ระยะต้น ระยะกลาง ระยะปลาย และจุดสูงสุด)】
