ภายในห้อง หวังปู้อี้ขยับหูเล็กน้อย ได้ยินเสียงพึมพำของหวังหมิงอย่างชัดเจน
“เจ้าเด็กนี่ ตอนฉันอายุเท่าเขายังไม่ห้าวขนาดนี้เลย”
ซูเสี่ยวเหวินถอนหายใจยาว “พี่หวัง เวินหว่านเป็นอัจฉริยะสาวที่เมืองชวนสู่ทุ่มเทบ่มเพาะ ส่วนเสี่ยวหมิงมีพลังพิเศษแค่ระดับเอฟ จะเป็นไปได้จริงเหรอ?”
“ทำไมจะเป็นไปไม่ได้!” แววตาของหวังปู้อี้เปล่งประกาย
“อย่าลืมสิ เขาเป็นลูกชายที่เกิดจากเราสองคน ตามกฎการถ่ายทอดพลังพิเศษ อย่างน้อยเขาก็ต้องอยู่ระดับเอส ไม่มีทางเป็นคนไร้ค่าเด็ดขาด!”
......
หวังหมิงเดินไปตามถนน สายตากวาดมองรอบด้านไม่หยุด พลางรอคอยการปรากฏตัวของเวินหว่าน
ไม่รู้ทำไม ทั้งที่รู้ว่าอีกเดี๋ยวตัวเองต้องโดนซ้อม แต่ในใจกลับตื่นเต้นขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
แค่ไม่รู้ว่าจำนวนครั้งที่ฟื้นคืนชีพสองครั้งจะพอหรือเปล่า
ได้ยินมาว่าเวินหว่านเป็นคนโหดเอาเรื่อง!
ช่างเถอะ ไหน ๆ ก็เป็นแบบนี้แล้ว หาอะไรรองท้องก่อนดีกว่า
หวังหมิงเดินไปยังร้านแม็กซ์ลอว์ฝั่งตรงข้ามถนน
แต่จู่ ๆ ภาพตรงหน้าก็ดับวูบ มีถุงปุ๋ยสวมครอบลงมาบนหัวเขา
มาแล้ว!
หวังหมิงดีใจอยู่ในใจ ก่อนจะดิ้นขัดขืนพอเป็นพิธี “อ๊าก! อย่านะ! ปล่อยฉัน!”
“หึ! พูดมากน่า ไปหาเรื่องคุณหนูเวินหว่านก็เตรียมตัวตายได้เลย!”
เสียงหนึ่งดังขึ้น จากนั้นหวังหมิงก็ถูกกระบองฟาดจนสลบ
......
เมื่อหวังหมิงฟื้นขึ้นมา เขารู้สึกได้ว่ามีบางสิ่งนุ่มนิ่มเหยียบอยู่บนใบหน้า
หัวก็ปวดตุบ ๆ แถมภาพตรงหน้ายังพร่ามัว เขารีบใช้พลังพิเศษการรักษาเหนือสามัญของตน
วินาทีต่อมา เขาก็กลับมาเป็นปกติ ดวงตากระจ่างชัดและมองเห็นภาพตรงหน้า
ที่นี่เป็นสถานที่สว่างไสว มีพื้นที่กว้างขวาง คล้ายห้องฝึกของหอพลังพิเศษ?
แต่!
นั่นไม่ใช่ประเด็น!
ประเด็นคือคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้คือเวินหว่าน เธอใช้เท้าเปล่าที่คิดว่าสกปรกของตัวเองเหยียบใบหน้าเขา ที่สำคัญ ตอนนี้เวินหว่านยังสวมกระโปรงตัวเดียวกับตอนกลางวันอยู่ด้วย......
หวังหมิงนอนอยู่บนพื้น เงยหน้ามองขึ้นไป ภาพตรงหน้างดงามจนแทบละสายตาไม่ได้
เพิ่งมาก็ได้รางวัลเลยเหรอ?
“หึ ๆ หวังหมิง ตอนนี้ยังอยากให้ฉันเป็นแฟนอยู่ไหม?” เวินหว่านเอ่ยจากที่สูงกว่า น้ำเสียงเต็มไปด้วยการยั่วยุ
หวังหมิงส่ายหน้า “ไม่แล้ว”
เวินหว่านยิ้มอย่างได้ใจ กำลังจะพูด แต่หวังหมิงกลับพูดต่อว่า
“ฉันอยากให้เธอเป็นเมียต่างหาก”
“!!!”
“ไอ้บ้า......”
เวินหว่านหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและโมโห ก่อนจะสังเกตว่าหวังหมิงมองแปลก ๆ เอาแต่จ้องอยู่ที่จุดหนึ่ง
เมื่อมองตามสายตาของหวังหมิงไป......
“อ๊า!”
เวินหว่านร้องลั่น ใบหน้าแดงก่ำ รีบถอยหลังไปหลายก้าวแล้วด่าว่า
“ไอ้หื่น! ไอ้โรคจิต!”
“วันนี้ฉันจะสั่งสอนนายให้เข็ด!”
หวังหมิงเกาท้ายจมูกอย่างกระอักกระอ่วน ช่วยไม่ได้ เขาเปิดระบบเล็งอัตโนมัติไปแล้ว
“ได้ยินว่าพลังพิเศษของนายคือการรักษาเหนือสามัญพอดีฉันกำลังขาดคู่ซ้อม ถ้านายทนฉันได้สิบกระบวนท่า ฉันจะปล่อยนายไป!”
เวินหว่านไม่เปิดโอกาสให้หวังหมิงพูด จู่ ๆ เธอก็เตะกวาดด้วยแข้งอย่างเกรี้ยวกราด
หวังหมิงไม่ได้คิดป้องกัน และต่อให้คิดก็ป้องกันไม่ได้ เขารับแข้งนั้นเข้าเต็มเอว แรงมหาศาลจนเจ็บปวดและครางออกมา
แต่หวังหมิงกลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วยั่วโมโหเธอต่อ “เมียเวินหว่าน โดนเธอซ้อมแล้วสบายสุด ๆ เลย”
ได้ยินดังนั้น เวินหว่านชะงักไปก่อนจะกัดฟัน แล้วเพิ่มแรงเตะเข้าใส่อีกครั้ง
“งั้นดูซิว่าจะยังสบายอยู่ไหม!”
จากนั้นหวังหมิงก็ถูกเตะไปเตะมาราวกับกระสอบทราย
เมื่อมีพลังรักษาเหนือสามัญ เขาจึงฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วทุกครั้ง สิ่งที่เสียไปมีเพียงพลังจิต
ระดับนี้ฆ่าเขาไม่ได้อยู่แล้ว เขากำลังรอโอกาส รอให้เวินหว่านใช้พลังพิเศษ
“อย่าเตะเอวฉันได้ไหม ตรงนี้เจ็บมาก” หวังหมิงพบว่าเวินหว่านชอบใช้ท่าเตะเป็นพิเศษ ในสิบกระบวนท่ามีถึงเก้าท่าที่ใช้ขา
เวินหว่านหัวเราะเย็นชา แล้วเตะตรงเข้าใส่อีกครั้ง “งั้นฉันจะเตะตรงนี้อย่างเดียวเลย!”
ได้ยินคำพูดนั้น หวังหมิงมองเท้าเล็กเรียวงามสีชมพูคู่นั้น ดวงตากลอกไปมา ก่อนร้องขอความเมตตาราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะเตะตามที่พูดจริง ๆ
“อย่าเตะหน้าฉันด้วยสิ ยังไงฉันก็ต้องใช้หน้าหากิน”
“หึ! ฉันจะเตะหน้านายให้ได้ คอยดูว่าคราวหน้าจะยังปากเสียอีกไหม! ทำให้ชื่อเสียงฉันป่นปี้ต่อหน้าคนทั้งโรงเรียน!”
นอกหน้าต่าง บอดี้การ์ดสองคนมองภาพตรงหน้าแล้วรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
“แย่แล้ว ทำไมเจ้าเด็กนี่ทำหน้าเหมือนกำลังเพลิดเพลินอยู่ล่ะ?”
“ให้ตายสิ! เจ้าเด็กนี่เจ้าเล่ห์ชะมัด จงใจให้คุณหนูเตะหน้า เท่ากับได้จูบเท้างาม ๆ ของคุณหนูเลยนะ”
“บ้าจริง เจ้าเด็กนี่มันน่าตายนัก!”
“......”
ห้านาทีต่อมา หน้าอกแบนราบของเวินหว่านกระเพื่อมขึ้นลงเล็กน้อย หวังหมิงทนมือทนเท้ากว่าที่เธอคิดเสียอีก
ผ่านไปสิบกว่ากระบวนท่าแล้ว เขากลับไม่เป็นอะไรเลยสักนิด
หวังหมิงแสยะยิ้ม ตั้งใจปั่นป่วนให้สถานการณ์วุ่นวาย “เมียเวินหว่าน ไม่ได้กินข้าวมาหรือไง? แรงแค่นี้กำลังเกาให้ฉันคันอยู่หรือเปล่า?”
“นายรนหาที่ตายเอง!”
สีหน้าของเวินหว่านเย็นชาลงอย่างสิ้นเชิง อุณหภูมิรอบตัวพลันลดต่ำตามไปด้วย
เสียงน้ำแข็งแตกร้าวดังขึ้น!
น้ำแข็งเริ่มก่อตัวใต้เท้าของเธอ แผ่ขยายออกไปรอบด้านอย่างรวดเร็ว เพียงไม่กี่วินาทีก็ปกคลุมทั่วทั้งห้องฝึก
บอดี้การ์ดนอกหน้าต่างเห็นภาพนั้นแล้วเอ่ยอย่างตื่นเต้น
“คุณหนูเวินหว่านใช้พลังพิเศษแล้ว!! เจ้าเด็กนั่นตายแน่!!”
“นี่คือพลังพิเศษระดับเอสเอสเอส ยุคน้ำแข็งงั้นเหรอ? น่ากลัวชะมัด แค่ยืนอยู่ตรงนี้ก็รู้สึกหนาวเข้ากระดูกแล้ว”
“......”
ภายใต้อาณาเขตยุคน้ำแข็งนี้ ร่างกายของหวังหมิงยิ่งเย็นลงเรื่อย ๆ การเคลื่อนไหวก็เริ่มแข็งทื่อ แม้แต่พลังการรักษาเหนือสามัญยังถูกกดไว้เกือบทั้งหมด
จะตายแล้วเหรอ?
ในใจหวังหมิงพลุ่งพล่านด้วยความตื่นเต้นและหวั่นวิตก
หวังว่าระบบจะชุบชีวิตเขาได้จริง ไม่อย่างนั้นคงเรื่องใหญ่แล้ว
“เมียเวินหว่าน เธอไม่ได้บอกว่าถ้าฉันทนได้สิบกระบวนท่าจะปล่อยฉันไปเหรอ?”
“หุบปาก! ถ้ายังกล้าเรียกฉันอีกครั้ง นายตายแน่!”
“เมียจ๋า เมียจ๋า เมียจ๋า เมียจ๋า......”
อากาศรอบด้านราวกับแข็งตัวเป็นน้ำแข็ง
ใบหน้าของเวินหว่านแดงก่ำด้วยความโกรธจัด มือของเธอก่อรูปเป็นกระบี่น้ำแข็งขึ้นมา วันนี้เธอต้องสั่งสอนไอ้บ้านี่ให้ได้
“ไปตายซะ!”
วินาทีต่อมา เวินหว่านถือกระบี่น้ำแข็งพุ่งแทงตรงเข้าใส่หน้าอกของหวังหมิง
เธอไม่ได้คิดจะเอาชีวิตหวังหมิง ขอแค่เขาหลบสักนิด กระบี่ก็จะแทงเข้าที่ไหล่ของเขา
แต่สิ่งที่เธอไม่คาดคิดคือ หวังหมิงไม่หลบเลยแม้แต่น้อย อยู่นิ่งไม่ขยับ แถมยังหลับตาลงด้วยซ้ำ
“แย่แล้ว!”
เวินหว่านสบถในใจ ช่วงคับขันนี้เธอรีบเปลี่ยนทิศทาง เตรียมแทงไปที่ไหล่ของเขา
แต่ในจังหวะนั้นเอง หวังหมิงก็ขยับพร้อมกัน!
ไม่รู้ว่าเพื่อหลบหรือเพราะเหตุใด เขาขยับตัวเล็กน้อย แต่ตำแหน่งที่ขยับไปกลับทำให้กระบี่น้ำแข็งแทงเข้ากลางอกพอดี
“แย่แล้ว!”
เวินหว่านตกใจจนหน้าถอดสี ตอนนี้เธอเปลี่ยนทิศทางไม่ทันแล้ว ได้แต่มองกระบี่น้ำแข็งแทงเข้าไป
ฉึก!
ดอกไม้สีเลือดเบ่งบานขึ้น
หวังหมิงล้มลงกับพื้น หมดลมหายใจ
ตั้งแต่เริ่มลงมือจนถึงตอนนี้ ทั้งหมดเกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งวินาที!
อาณาเขตยุคน้ำแข็งสลายไปทันที ใบหน้าเล็ก ๆ ของเวินหว่านซีดขาว เธอเซถอยหลังไปหลายก้าวแล้วเอ่ยเสียงสั่น
“ฉัน......ฉันฆ่าหวังหมิง......”
“ฉันไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าเขา แค่อยากสั่งสอนเขาเท่านั้น......”
“ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้......”
......
