“วางใจเถอะ ผมโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว จะไม่รู้จักระวังตัวได้ยังไง”
เจียงซิ่วหยุนรู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมา น้องชายไม่เคยพูดจาใส่ใจแบบนี้มาก่อนเลย
วันนี้เด็กนี่โตเป็นหนุ่มจริง ๆ แล้วสินะ
“พี่ เงินเดือนพี่เขยเก็บไว้กับพี่ทุกเดือนหรือเปล่า”
คำถามของเจียงหลินทำให้เจียงซิ่วหยุนอดเหลือบมองน้องชายไม่ได้
“พี่ มองผมแบบนั้นทำไม”
“ไอ้เด็กนี่ คิดจะขอเงินอีกแล้วใช่ไหม”
“เปล่านะพี่!”
เจียงหลินทั้งอึดอัดทั้งขำ
ก็โทษตัวเองที่ในสายตาของพี่สาว ๆ เขาเป็นคนชอบยื่นมือขอเงินอยู่ตลอด
“เปล่าเหรอ
ถ้าอย่างนั้นถามเรื่องเงินเดือนพี่เขยทำไมล่ะ”
“พี่ บ้านเราแม่เป็นคนดูแลบ้าน พ่อหาเงินได้เท่าไรก็ยกให้แม่ ผมก็แค่อยากรู้ว่าบ้านพี่กับพี่เขยใครเป็นคนดูแลเงิน”
“ผมแค่ถามเพราะสงสัย ผมเห็นว่าพี่กับพี่เขยต่างก็ทำงานกินเงินเดือนทั้งคู่
พี่เขยยังเป็นผู้จัดการบริษัทขายสุราของกินนอก ได้ยินว่าเดือนหนึ่งได้เงินตั้งร้อยกว่าหยวน”
“ตามหลักแล้ว เงินแค่ 800 หยวน พี่เขยไม่น่าจะเอาออกมาไม่ได้หรอกนะพี่ หรือว่าพี่ใช้เงินมือเติบ ไม่ได้เก็บเงินไว้เลย”
เจียงหลินค่อย ๆ สะกิดเตือนพี่สาวคนโต เขารู้สึกว่าเรื่องนี้มีพิรุธอยู่หลายอย่าง
พอได้ยินคำพูดนี้ เจียงซิ่วหยุนก็ชะงักไปทันที
จริงด้วย สามีได้เงินเดือนเดือนละประมาณร้อยสี่สิบถึงร้อยห้าสิบหยวน
ส่วนตัวเธอแม้จะได้เงินจากสหกรณ์จัดหาและจำหน่ายน้อยกว่า แต่ก็ได้เดือนละสามสิบกว่าหยวน
รวมรายได้ของสองคนแล้ว เดือนหนึ่งก็ประมาณร้อยเจ็ดสิบถึงร้อยแปดสิบหยวน
