ภายใต้ไร่นาอันสงบเงียบแห่งนี้ กลับซ่อนนรกที่กินคนเป็นๆ เอาไว้
เฉียวเทียนจิงและท่านอาฉียวได้ฟังก็มีสีหน้าตื่นตระหนก ใจสลายถึงขีดสุด
เฉียวเจียวเจียวอดกลั้นแล้วอดกลั้นอีก จึงทำให้น้ำเสียงฟังดูราบเรียบดังเดิม
“บาปหนาย่อมได้รับผลกรรม ฟ้าดินมิอาจอภัย! ท่านอาโหรวเป็นผู้ก่อเรื่องทั้งหมดนี้ขึ้นมาหรือ”
ชิวเหนียงพยักหน้า ความสงบของเฉียวเจียวเจียวทำให้นางพลอยสงบลงบ้าง
“พวกเราทุกคนล้วนฟังคำสั่งของท่านอาโหรว นางควบคุมความเป็นความตายของพวกเราทุกคน”
“ต่อมามีชายชราผู้หนึ่งมาอีก ท่านอาโหรวฝึกสอนพวกเรามานาน ก็เพื่อส่งให้คนแก่ผู้นั้นใช้งาน”
“ช่วงก่อนหน้านี้ คนแก่ผู้นั้นพาคนของเราออกไปจำนวนมาก แต่กลับมาเพียงไม่กี่คน”
“ท่านอาโหรวโกรธยิ่งนัก ทะเลาะกับคนแก่ผู้นั้นต่อหน้าพวกเราอย่างรุนแรง แล้วท่านอาโหรวก็เริ่มจะเพิ่มคนอีกครั้ง”
เอ่ยมาถึงตรงนี้ น้ำเสียงของชิวเหนียงก็เริ่มสั่นขึ้นมาอีกครา
“วันนี้ข้าไปที่สำนักฉือจี้ เป็นเพราะข้าอ้อนวอนให้อาเหมี่ยนพาข้าไป เขาจำต้องมีคนมาช่วยตบตา ข้าอ้อนวอนอยู่นานเขาจึงยอม”
“ข้ามิได้คิดหนี เพราะลูกของข้าอยู่ที่นี่ ข้ามิอยากไปที่ใดทั้งสิ้น ข้าเพียงต้องการเฝ้าพวกเขาเท่านั้น”
“อาเหมี่ยนเป็นพ่อของลูกข้าทั้งสอง ข้า... ข้าถูกส่งให้ชายมากหน้าหลายตาแล้ว อาเหมี่ยนเป็นคนสุดท้าย... ข้าเองก็ไม่รู้ว่าเขาจะเป็นคนสุดท้ายหรือไม่...”
“เมื่อครู่เขาบอกว่า จะส่งข้าให้ผู้อื่น เพราะวันนี้ข้าที่สำนักฉือจี้ไม่เรียบร้อย แสดงท่าทีผิดปกติออกไป เกือบจะทำให้เขาเดือดร้อน”
“ท่านกิมตงน้อย ข้าเพียงต้องการหยุดเรื่องทั้งหมดนี้ ข้าอยากบอกกล่าวนายท่านผู้นั้น แต่ข้าไม่กล้าปริปาก อาเหมี่ยนโบยตีข้าอย่างโหดร้าย ข้าเคยแท้งลูกไปคนหนึ่งก็ด้วยเหตุนี้...”
เอ่ยถึงตรงนี้ ถ้อยคำของชิวเหนียงก็ไร้ซึ่งความสำคัญก่อนหลัง