กองทัพใหญ่แคว้นหยงภายใต้การนำของเฉียวตี้อี้ รุกคืบอย่างฮึกเหิมตลอดเส้นทางในดินแดนแคว้นเป่ย
การบุกขึ้นเหนือราบรื่นเช่นนี้ เป็นสิ่งที่ทุกคนคาดไม่ถึงตั้งแต่แรก และที่เหนือความคาดหมายยิ่งกว่าคือ การที่กองทัพหยงเคลื่อนทัพขึ้นเหนือโดยไร้ขวากหนามนั้น แท้จริงแล้วเป็นเพราะโรคระบาด
หลังจากกองทัพหยงยึดเมืองเจียวเฉิงได้ ยังมีราษฎรไม่น้อยที่ไม่เชื่อคำพูดของเฉียวตี้อี้ พากันหลบหนีขึ้นเหนือ
ผลคือเวลาไม่กี่วัน โรคระบาดก็ปะทุขึ้นในเมืองเจียวเฉิง และราษฎรที่ออกจากเมืองเจียวเฉิงก็แพร่เชื้อโรคไปยังเมืองข้างหลังโดยไม่รู้ตัว
โรคไข้รากสาดน้อยเคยแสดงอานุภาพมาแล้วที่อู่ติ้ง บัดนี้มาถึงแคว้นเป่ย มันก็มิได้อ่อนข้อให้
โศกนาฏกรรมเริ่มเกิดขึ้นซ้ำรอยในหมู่ราษฎรแคว้นเป่ย โชคดีที่ข่าวว่าแคว้นหยงรักษาโรคระบาดได้ก็แพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็ว
ดังนั้นทุกที่ที่เฉียวตี้อี้ไปถึง แม้ไม่ต้องเสียทหารแม้แต่นายเดียว ประตูเมืองของแคว้นเป่ยก็เปิดกว้างรอต้อนรับกองทัพหยงอยู่ก่อนแล้ว
ราษฎรในท้องถิ่นต่างเฝ้ารอตำรับยาด้วยความกระวนกระวาย บางส่วนถึงกับคุกเข่าหมอบอยู่ริมถนนหลวงแต่เนิ่นๆ บ้างแบกบิดามารดาผู้ชรามาด้วย บ้างอุ้มทารกในผ้าห่อตัว ร่ำไห้อ้อนวอนให้กองทัพหยงยื่นมือช่วยชีวิต
หมอหลวงโจวร่วมทางกับเฉียวตี้อี้ตลอด พอเห็นสภาพนี้ก็ทอดถอนใจยาว ก่อนจะเริ่มดำเนินการสร้างโรงหมอซิ่งหลินในเมือง รวบรวมหมอเข้ามา
เรื่องเช่นนี้เขาต้องทำซ้ำในทุกเมือง ชำนาญจนเจนจัดแล้ว
วันนี้ เฉียวตี้อี้นำหมอหลวงโจวมาถึงเมืองลู่ อันเป็นเมืองหลวงเก่าของแคว้นเป่ย
เมืองลู่เป็นเมืองใหญ่มีประชากรมาก โรคระบาดรุนแรงเป็นพิเศษ ราษฎรในเมืองถึงกับยืนเรียงรายรอต้อนรับการมาถึงของกองทัพหยงตั้งแต่หลายลี้ก่อนถึงตัวเมือง