วันที่สิบสามเดือนเก้า การจัดการของราชสำนักหนานหลีก็ถูกประกาศออกมา
งานฉลองวันพระราชสมภพของกษัตริย์ในวันที่ยี่สิบสามเดือนเก้าจัดขึ้นตามกำหนดการ ส่วนพระราชพิธีขึ้นครองราชย์ของกษัตริย์พระองค์ใหม่จัดขึ้นสามวันหลังจากนั้น คือวันที่ยี่สิบหกเดือนเก้า
บัดนี้แม้ไป๋หลี่เฉิงโย่วจะยังไม่ได้ขึ้นครองราชย์ แต่กษัตริย์ก็ ‘ป่วยเป็นลม’ สาหัสถึงขั้นตรัสไม่ได้แล้ว ไม่ต้องพูดถึงการว่าราชการเลย
ด้วยเหตุนี้ไป๋หลี่เฉิงโย่วจึงเป็นผู้กุมอำนาจในแคว้นหนานหลีอย่างแท้จริงแล้ว
ส่วนเมิ่งกูเซวี่ย ที่กำลังจะขึ้นเป็นพระชายาของกษัตริย์ ในฐานะสะใภ้รองนาง ยังคงไปมาระหว่างจวนสกุลเฉินกับเรือนรับรองทูตอยู่ทุกวัน
ที่ไปจวนสกุลเฉินก็เพราะนางชื่นชอบฮูหยินมากเสียจริง จึงถือโอกาสช่วงเวลาแห่งการอยู่ร่วมกันอันน้อยนิดนี้อยู่เป็นเพื่อนให้ฮูหยินค่อย ๆ ก้าวพ้นความโศกเศร้าที่สูญเสียบิดาไป
ไป๋หลี่เฉิงโย่วได้จัดการไว้แล้ว หลังจากพระองค์ขึ้นครองราชย์ จะแต่งตั้งให้ไป๋หลี่เฉิงจื้อเป็นอ๋องอันหนาน และให้เลือกฤกษ์งามยามดีเดินทางไปยังเขตศักดินาทางตอนใต้ ‘พระชายาองค์ชายรอง’ ย่อมเดินทางไปด้วย
ส่วนพระชายาองค์ชายรองที่แท้จริงผู้นั้น หญิงสาวที่น่าเลื่อมใสนามว่าหลัน ได้ลาพ่อแม่จากไปอย่างเงียบ ๆ แล้ว ถือกระบี่ขี่ม้าตรงไปยังสายน้ำยิ่งใหญ่แห่งหล้า ที่นางเฝ้าปรารถนามาช้านาน
การไปเรือนรับรองทูตไม่ต้องเอ่ยถึงแล้ว เจียวเจียวเพื่อนรักของนางยังอยู่ที่นั่นนี่นา!
เมิ่งกูเซวี่ยรู้สึกได้ว่าเซินหนิงอวิ๋นกำลังค่อย ๆ คลายปมในใจลง เมื่อออกจากจวนสกุลเฉิน ใบหน้าก็เผลอคลี่ยิ้มออกมา
ช่างดีเหลือเกิน——
“พระชายา ในวังเพิ่งส่งข่าวมาว่า องค์หญิงสี่เอาแต่ก่อความวุ่นวายใหญ่โต อยากพบพระองค์เพคะ”
อาเร่อเข้ามารายงานด้วยความเคารพ
เมิ่งกูเซวี่ยฟังแล้วเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “นางบอกว่าอยากพบ ข้าก็ต้องไปพบนาง เช่นนั้นข้าจะมีหน้าได้อย่างไร อย่าไปสนใจนาง ข้าจะไปหาเจียวเจียว!”