“ปรมาจารย์เชอขึ้นไปบนกำแพงเมืองแล้ว! หรือว่าจอมราชันย์ทรงรู้สึกผิด บัดนี้จึงคิดใช้หยินจูมาเป็นข้ออ้างกันเล่า?”
เสียงทุ้มกังวานหนึ่งพลันดังขึ้น ดึงสายตาทุกคู่ให้มุ่งไปยังปรมาจารย์เชอบนขั้นบันได
ทว่าเสิ่นหยวนไป๋กลับหันขวับไปทางต้นเสียงทันใด ก็เห็นว่าผู้เอ่ยคือชายร่างกำยำที่ยืนอยู่ข้างกายอวี้หลิว
แววตาของเสิ่นหยวนไป๋วาบไหว
หากเขาจำไม่ผิด ก่อนหน้านี้เมื่ออ๋องจินอวี้เสด็จมาด้วยพระองค์เอง ไพร่ฟ้าทั้งปวงพากันเงียบกริบด้วยเกรงพระบารมี ก็ดูเหมือนว่าชายผู้นี้จะเป็นคนแรกที่เอ่ยปากตั้งคำถามต่ออ๋องจินอวี้ และปลุกบรรยากาศให้คึกคักขึ้นอีกครั้ง
ในใจเขาครุ่นคิดแต่จะช่วยหยินจูออกมาให้ได้ไม่ว่าด้วยวิธีใด ฉะนั้นจึงแบ่งสมาธิส่วนหนึ่งคอยจับตาดูปรมาจารย์เชออยู่ตลอดเวลา อันที่จริงเมื่อครู่ก็สัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวของปรมาจารย์เชอแล้ว
มิคาดว่าบุรุษผู้นี้ก็ช่างสังเกตไม่แพ้กัน อีกทั้งจังหวะที่เอ่ยวาจาทั้งสองครั้งล้วนสำคัญยิ่ง ราวกับว่า......ตั้งใจมาช่วยเขา!
เสิ่นหยวนไป๋มีความสามารถจดจำสิ่งต่าง ๆ ได้เพียงผ่านตา ทว่าพอเขาพยายามค้นหาความทรงจำอย่างถี่ถ้วน ก็ไม่คุ้นเคยกับใบหน้านี้เลย
หรือว่าผู้นี้แปลงโฉมมา?
เมื่อเป็นมิตรไม่ใช่ศัตรู ในช่วงเวลาคับขันเช่นนี้ เสิ่นหยวนไป๋ก็ไม่มีเวลามาพินิจพิเคราะห์ให้ละเอียด จึงหันไปจับจ้องยังปรมาจารย์เชอเช่นกัน
ชั่วพริบตา ปรมาจารย์เชอก็ตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งปวง ยามนี้ยืนอยู่บนขั้นบันได กลับกลายเป็นว่าทั้งรุกและถอยล้วนยากลำบาก
บัดนี้จิตใจของผู้คนล้วนเอียงไปทางอ๋องเป่ยกุยอย่างชัดเจน ปรมาจารย์เชอไม่แน่ใจ หากเขาตะลุยขึ้นกำแพงเมืองไปจับกุมหยินจู จะยั่วโทสะให้ชาวเมืองไล่ตามขึ้นมาหรือไม่