ท่ามกลางผู้คนมากมายที่มาชุมนุมดูความครึกครื้น คณะขันทีจำนวนหนึ่งเดินสวนกระแสฝูงชนอย่างรีบร้อน ภาพนั้นสะดุดตายิ่งนัก
ทุกคนต่างคิดว่าตระกูลเฉียวได้รับพระมหากรุณาธิคุณลึกซึ้ง แม้พิธีหมั้นของน้องรองสกุลเฉียว ในวังยังส่งคนมาแสดงความยินดีด้วย
เฉียวเทียนจิงอุ้มเจียวเจียวไว้ เมื่อเห็นภาพนั้นพลันขมวดคิ้วแน่น
ไม่ชอบมาพากล...
เขารีบสาวเท้าเข้าไปรับหน้า แลกเปลี่ยนแววตากับลิ่วฝูจื่อ จากนั้นก็คลี่ยิ้มกว้าง เชื้อเชิญผู้มาเยือนเข้าสู่จวนอย่างนบนอบ
ทันทีที่พ้นสายตาผู้คน ลิ่วฝูจื่อก็รีบเข้าใกล้เฉียวเทียนจิง กดเสียงต่ำเอ่ยอย่างเร่งด่วนว่า
"ท่านขุนนางสกุลเฉียว! ชายแดนเหนือส่งข่าวด่วนมา ฝ่าบาทรับสั่งให้ท่านและท่านเฉียวเข้าวังโดยพลัน!"
เจียวเจียวได้ยินดังนั้นใจก็กระตุกวาบ เป็นไปตามคาด เกิดเรื่องแล้ว!
เฉียวเทียนจิงมิกล้าชักช้า นำลิ่วฝูจื่อไปตามหาเฉียวจงกั๋ว ทั้งสองแม้แต่ชุดขุนนางยังมิทันผลัด ควบม้าจากประตูหลังตรงสู่พระราชวัง!
ครั้งนี้เป็นการเข้าวังหารือราชการแผ่นดิน เจียวเจียวมิอาจติดตามไป ได้แต่รอคอยข่าวคราวอยู่ที่จวนด้วยความร้อนใจ
เฉียวจงกั๋วและเฉียวเทียนจิงเดินทางถึงประตูวัง พอดีพบกับเซียวหงต๋าและถานฮั่นฉือที่รีบรุดมาถึงเช่นกัน ทุกคนสบตากัน รูสึกได้ทันทีว่าเรื่องไม่ดีเป็นแน่
ครั้นถึงหน้าตำหนักทรงพระอักษร เห็นประตูตำหนักเปิดกว้าง เสิ่นหยวนจ้านยืนประสานมืออยู่ภายในตำหนัก ข้างกายมีชายชราผมเคราเป็นสีขาวผู้หนึ่ง ซึ่งก็คือหมอหลวงโจวสหายเก่านั่นเอง
เฉียวจงกั๋วและพวกก้าวเข้าสู่ตำหนัก ยังมิทันถวายคำนับ เสิ่นหยวนจ้านก็เอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า
"อ้ายชิงทั้งหลายไม่ต้องมากพิธี วันนี้เจิ้นได้รับรายงานด่วนจากชายแดนที่ท่านน้าส่งมา ด่านอู่ติ้งเกิดความโกลาหลอลหม่านแล้ว!"
เสิ่นหยวนจ้านยื่นรายงานลับในมือให้ เฉียวจงกั๋วเห็นดังนั้นจึงรีบก้าวเข้าไปรับ