เสิ่นหยวนไป๋เป็นผู้มีปัญญาล้ำลึกเพียงใด เขามิได้คลางแคลงในความภักดีของจินจื้อ จึงคาดเดาความในใจของจินจื้อได้ในทันที
จินจื้อมีฐานะในแคว้นเป่ยไม่น้อย หากสูญเสียเขาไป แผนการภายภาคหน้าจะดำเนินไปอย่างติดขัดยิ่งนัก!
คิดได้ดังนั้น เสิ่นหยวนไป๋จึงกัดฟันเดินลงไปตามทางลาด พลางร้องเสียงดังว่า “น้องรองประคองตัวไว้ ข้าจะไปตามท่านเฉียวมาช่วย!”
จินจื้อเห็นเสิ่นหยวนไป๋จากไป ใจคอพลันรู้สึกสุขใจยิ่ง
ขณะนั้นคนของแม่ทัพกัวซิวอวิ๋นด้านล่างทางลาดก็โผล่ขึ้นมาแล้ว เป็นรองแม่ทัพฝ่ายซ้ายที่นำคนมารับด้วยตนเอง
จินจื้อวางใจขึ้นมาก รู้ว่าเบื้องหน้าผู้คนมากมาย คุณชายรองตระกูลเฉียวคงยากจะคิดทำร้ายองค์ชายได้ ดังนั้นจึงสะบัดมือโปรยผงยาสีขาวออกมา
เฉียวตี้อี้ปรารถนาให้จินจื้อจากไปเร็วๆ เสียด้วยซ้ำ เมื่อเห็นเขาจะหนีก็รีบปิดปากจมูก แม้แต่จะไล่ตามก็ไม่คิด!
เห็นคนของแม่ทัพกัวใกล้จะมาถึงแล้ว เฉียวตี้อี้ก็เหาะตรงไปยังข้างกายเสิ่นหยวนไป๋ทันที
“องค์ชาย! ไหล่ของท่าน!”
กริชนั้นทะลุทะลวงไหล่ของเสิ่นหยวนไป๋ แผ่นหลังของเขาตอนนี้ถูกโลหิตอาบจนแดงฉานไปทั่ว
เฉียวตี้อี้เห็นดังนั้นพลันขมวดคิ้วด้วยความเจ็บปวด
เขาไม่ได้เจ็บปวดแทนเสิ่นหยวนไป๋ หากแต่เจ็บปวดที่โลหิตนี้มิได้ไหลลงในขวดของเขา!
เสิ่นหยวนไป๋คอยระวังเฉียวตี้ฮว่าอยู่ทุกเมื่อ ณ เวลานี้ทั้งสองตกอยู่ในสายตาของกำลังพลแม่ทัพกัวแล้ว เขาคาดเดาว่าเฉียวตี้ฮว่าไม่กล้าสังหารโอรสสวรรค์!
เว้นแต่ว่าเขาจะไม่กลัวโทษประหารทั้งตระกูล!
เฉียวตี้อี้เห็นเสิ่นหยวนไป๋เดินไม่หยุด คิดว่าเอาเถิด ตระกูลเฉียวกับองค์ชายรองก็หักหน้ากันถึงเพียงนี้แล้ว จึงลากแขนขององค์ชายรองไว้ตามอำเภอใจ กล่าวด้วยสีหน้า “ห่วงใย” ว่า