จากคำบอกเล่าอย่างตรงไปตรงมาของกั๋วจู่ฟูเหริน เฉียวเจียวเจียวจึงได้ล่วงรู้ถึงเรื่องราวภายในที่คนนอกมิอาจสืบหาได้
แคว้นหนานหลียามนี้มีสองตระกูลใหญ่ หนึ่งคือสกุลเซิน ผู้ดีสามแผ่นดิน สองคือสกุลหลาน ขุนนางใหม่ซึ่งทะยานขึ้นมาในช่วงหลายสิบปีมานี้
อดีตฮูหยินเจ้าแคว้นคือเซินฮุ่ยหลาน น้องสาวของเซินเกาหล่าง ผู้เป็นเจ้าบ้านสกุลเซิน
นางอภิเษกกับกั๋วจู่ตั้งแต่ยังเยาว์วัย ได้เป็นกั๋วจู่ฟูเหรินผู้ทรงเกียรติหาที่สุดมิได้ จากนั้นก็ให้กำเนิดพระธิดาสององค์ติดต่อกัน ไร้ซึ่งพระโอรส
ในช่วงนั้น องค์ชายใหญ่และองค์ชายรองประสูติตามลำดับ เพียงแต่มารดาผู้ให้กำเนิดของทั้งคู่ไม่ได้สูงศักดิ์นัก
อดีตกั๋วจู่ฟูเหรินเดิมยังอยากจะดิ้นรนให้ได้พระโอรส แต่น่าเสียดายที่ตอนนั้นนางถูกตรวจพบว่าป่วยหนัก ไม่เหมาะจะทรงพระครรภ์อีก
นางคิดไปคิดมา เพื่อรักษาเกียรติยศของสกุลเซิน จึงเปรียบเทียบองค์ชายทั้งสองไปมา สุดท้ายตัดสินใจจะจดทะเบียนองค์ชายรองไว้ในนามของตน เลี้ยงดูประหนึ่งพระโอรสแท้ๆ
และเพื่อผูกมัดองค์ชายรองซึ่งตอนนั้นอายุสิบหกปีแล้ว อดีตกั๋วจู่ฟูเหรินจึงตัดสินใจจะยกบุตรสาวของพี่ชาย นั่นก็คือเซินหนิงอวิ๋น ให้หมั้นกับองค์ชายรอง
ด้วยเหตุนี้ อดีตกั๋วจู่ฟูเหรินยังหาโอกาสให้องค์ชายรองกับเซินหนิงอวิ๋นได้พบหน้ากัน
ทั้งสองงามกันราวหยกคู่ ภายใต้การชักนำของอดีตกั๋วจู่ฟูเหริน ต่างก็เกิดความรู้สึกต่อกัน ค่อยๆ ผูกใจต่อกัน
ผลสุดท้ายโชคชะตาเล่นตลก อดีตกั๋วจู่ฟูเหรินยังไม่ทันจะกราบทูลกั๋วจู่เรื่องจดทะเบียนองค์ชายรองไว้ในนาม ก็ประชวรหนักสิ้นพระชนม์เสียก่อน