สามเดือนผ่านพ้น คราเจียวเจียวกับท่านพ่อท่านแม่กลับจากเจียงหนาน ก็ล่วงเลยมาถึง
เป็นไปดังคำของเฉียวจงกั๋ว จวนตระกูลเฉียวถูกหานหย่าเสียนจัดการได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
ในยามนี้ เจียวเจียวก็ได้รับข่าวใหญ่ที่น่ายินดียิ่ง
อีกสี่เดือน แคว้นหนานหลีจะนำองค์ประมุขพร้อมด้วยชายาของประมุขมาแสดงความยินดีต่อแคว้นหยงที่บรรลุการรวมสองแผ่นดิน
“พี่เมิ่งจะมา? ช่างวิเศษนัก!”
เจียวเจียวลิงโลดนัก กำหนดการเดิมในอีกไม่นานจะเดินทางไปทางตะวันออก เพื่อเที่ยวชิงโจว
ที่จริงแล้วสี่เดือนนับว่ายืดหยุ่นพอควร แต่เจียวเจียวไม่ปรารถนาให้เกิดข้อผิดพลาดแม้แต่น้อย จึงไม่คิดไปที่ใดอีก นั่งนับวันรอคอยการมาถึงของเมิ่งกูเซวี่ย
ณ วันขึ้นสิบแปดค่ำเดือนเก้า องค์ประมุขแห่งหนานหลีและชายาแห่งประมุขก็มาถึงนอกเมืองหลวง
ตั้งแต่โบราณ การอภิเษกสมรสเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีล้วนยากที่จะจบงาม คราครั้งนั้นที่เมิ่งกูเซวี่ยเลือกไป๋หลี่เฉิงโย่วในงานเลี้ยงในวัง ผู้คนในเมืองหลวงก็ล้วนคาดเดาจุดจบอันน่าเศร้าของนาง
ทว่าใครจะคาดคิด เพียงเวลาปีกว่า องค์ชายสามไป๋หลี่เฉิงโย่วก็ก้าวข้ามพี่ชายอีกสองพระองค์ขึ้นดำรงตำแหน่งประมุขแคว้น และเมิ่งกูเซวี่ยก็ก้าวขึ้นเป็นชายาแห่งประมุขของหนานหลีในชั่วพริบตา!
ชายาแห่งประมุขที่มาจากการอภิเษกสมรสของแคว้นอื่น หากครุ่นดูแล้วล้วนรู้สึกขัดเขินอย่างที่สุด ผู้คนจึงคาดเดาว่า แม้นเมิ่งกูเซวี่ยจะได้ตำแหน่งอันสูงศักดิ์ที่สุด เกรงว่าวันคืนคงยังยากลำบาก
บางกระทั่งว่า ไป๋หลี่เฉิงโย่วคงยังระแวงนางมากด้วย!
ฉะนั้นครั้งนี้ที่เมิ่งกูเซวี่ยติดตามไป๋หลี่เฉิงโย่วกลับมาเมืองหลวง ไม่ว่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่หรือราษฎรสามัญล้วนเปี่ยมด้วยความอยากรู้ในความเป็นไปของนาง
แต่หากพูดตามหลักการ ต่อให้นางไร้ซึ่งความโปรดปราน บัดนี้แคว้นหยงเข้มแข็งเกรียงไกร ไป๋หลี่เฉิงโย่วหากเห็นแก่หน้าของแคว้นหยง ก็จำต้องแสดงละครตบตาต่อนาง
ท่ามกลางความตั้งตาคอยของฝูงชน ขบวนของหนานหลีก็เข้าเมืองมาในที่สุด