สามตัว?
เฉียวเทียนจิงและเฉียวเจียวเจียวได้ฟังดังนั้น ในดวงตาก็มีแววประหลาดใจ
เมื่อครู่ระหว่างทาง สองพี่น้องยังคาดเดาว่า กู่เสวียนหุนเฉียนเฉินน่าจะมีตัวแม่และตัวลูกเพียงสองตัว มิคาดว่าจะเป็นสามตัว!
บัดนี้จิตใจของฉู่โหรวพังทลายลงแล้ว นี่คือเวลาอันเหมาะยิ่งที่จะชักจูงให้นางสารภาพออกมาหมดสิ้น ดังนั้นเฉียวเทียนจิงจึงมิได้แสดงสีหน้าประหลาดใจแม้แต่น้อย เพียงถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า
“เช่นนั้น อวี้หลิวใช้กู่เสวียนหุนเฉียนเฉินวางแผนอย่างไรเล่า?”
ฉู่โหรวได้ฟังก็ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมา ดวงตาของนางแดงก่ำ ต่อให้สติสัมปชัญญะกำลังเคว้งคว้างอยู่ริมขอบแห่งการพังทลาย นางก็ยังดูออกว่าเฉียวเทียนจิงกำลังล้วงความจากนาง
ทว่าทุกอย่างไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว
ในเมื่อแผนการล้มเหลวแล้ว องค์ชายก็สิ้นพระชนม์ไปแล้ว จะเก็บงำปิดบังไว้ก็ไร้ประโยชน์
และผู้คนในใต้หล้าสมควรได้รับรู้ สมควรได้รับรู้ถึงความปราดเปรื่องและความยิ่งใหญ่ขององค์หญิง องค์หญิงทรงใช้พระองค์เข้าสู่แผนการ สิ่งที่ทรงแสวงหาก็คือการเอาชนะสวรรค์ให้ได้สักครึ่งก้าว!
คิดได้ดังนี้ ฉู่โหรวจึงค่อย ๆ เอนกายพิงแท่นไม้ด้านหลัง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสงบเยือกจนพิกลว่า
“บอกเจ้าก็มิเสียหาย เฉียวผู้ทรยศ เจ้าสมควรรู้แล้วว่าองค์หญิงที่เจ้าเผชิญหน้านั้นมีจิตใจหลักแหลมเพียงใด!”
“ปีนั้น แคว้นเป่ยกับราชวงศ์หยงเกิดศึกสงคราม ทหารม้าของแคว้นข้าเก่งกาจอาจหาญ ยามแรกรุกคืบดั่งผ่าไม้ไผ่ จนสถานการณ์โน้มเอียงไปทางที่ดี”
“แต่การปรากฏตัวอย่างเฉียบพลันของเฉียวจงกั๋วก็เปลี่ยนแปลงทุกสิ่งไปอย่างรวดเร็ว หลังจากเข้ารับตำแหน่งแม่ทัพ เขาใช้กลอุบายพิสดารติดต่อกันจนพลิกสถานการณ์กลับมาได้อย่างน่าเหลือเชื่อ”
“ยามนั้นองค์หญิงทรงสัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากลแล้ว แต่ราชันองค์ก่อนและอ๋องจินอวี้ในปัจจุบันกลับหลงตัวเองคิดว่า ราชวงศ์หยงอ่อนแอด้านบุ๋น เพียงเฉียวจงกั๋วคนเดียวไม่อาจชี้ชะตาอะไรได้”