เฉียวตี้อี้ฟังแล้วสีหน้าครุ่นคิด ครู่หนึ่งจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “คุณหนูสกุลเมิ่ง คิดว่าหยินจูที่เป็นเพียงสาวใช้ของอวี้หลิว ไฉนหลังจากอวี้หลิวสิ้นชีพแล้วจึงมายังแคว้นหนานหลีเล่า ซ้ำยังเป็นอนุภรรยาคนโปรดขององค์ชายใหญ่แห่งหนานหลีอีกด้วย”
เมิ่งกูเซวี่ยส่ายศีรษะ “ไม่ปิดบังคุณชายเฉียว ข้อกังขาของข้าก็อยู่ตรงนี้เช่นกัน”
หยินจูผู้นี้ไม่น่าเกี่ยวข้องกับหนานหลีแม้แต่น้อย นางยังขบคิดอยู่นานทีเดียว
เฉียวตี้อี้เห็นเมิ่งกูเซวี่ยไม่รู้เรื่องจริง จึงกล่าวว่า “คงเป็นแผนของอวี้หลิวกระมัง นางไม่เพียงแทรกซึมเข้าไปในข่งไห่โหย่ว ยังยื่นมือมาถึงหนานหลีอีก นี่หมายความว่านางหมายมั่นครอบครองใต้หล้าหรือ”
เมิ่งกูเซวี่ยสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยิน “ผู้ใด ท่านว่าเป็นอวี้หลิว แต่นางสิ้นไปนานแล้วนี่......”
นางจำได้แม่น ในความฝันเสิ่นหยวนไป๋ยังเคยพานางไปเซ่นไหว้อวี้หลิวด้วยซ้ำ!
เฉียวตี้อี้ล่วงรู้ว่าเรื่องนี้ต้องไม่ธรรมดา จึงเล่ารายละเอียดกรณีวัดปกปักอารักขาให้เมิ่งกูเซวี่ยฟังโดยตลอด
เมิ่งกูเซวี่ยอ้าปากค้าง ขนหัวลุกชัน!
“ประเดี๋ยวก่อน หากหยินจูถูกอวี้หลิวจงใจส่งมา เมื่อใดองค์ชายใหญ่ขึ้นเป็นกษัตริย์ ด้วยความคิดอันเลอะเลือนและความโปรดปรานที่หยินจูได้รับ องค์ชายใหญ่คงแต่งตั้งนางเป็นชายาของกษัตริย์เป็นแน่”
“ไม่ว่าหยินจูจะให้กำเนิดบุตรเอง หรือรับเด็กอื่นมาเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม เมื่อบุตรของนางได้เป็นกษัตริย์องค์ต่อไป นี่ก็เป็นการช่วงชิงแผ่นดินอย่างง่ายดายมิใช่หรือ”