เจียงเฟิงสะดุ้งโหยง
มือเขาสั่น พลาดกระแทกลงบนคีย์เปียโนดัง “ตึง” เสียงก้องทุ้มหนัก
เขาหันขวับไปมองมุมห้อง
ประตูบานเล็กนั่นถูกเปิดออกตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ ข้างในมีพื้นที่ไม่มากนัก มีแค่เตียงเล็ก ๆ กับอุปกรณ์ทำความสะอาดวางอยู่
ชายชราในชุดพนักงานทำความสะอาดกำลังพิงผนังข้างประตู มองเขาด้วยความสนใจ
ผมของชายชราขาวโพลน ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยลึก แต่ดวงตากลับเป็นประกายสดใส
ดูท่าแล้วคงเป็นพนักงานทำความสะอาดที่ดูแลห้องซ้อมเปียโน
“ขอโทษครับคุณลุง ผมรบกวนเวลาพักหรือเปล่า” เจียงเฟิงรีบลุกขึ้น ยกมือไหว้ขอโทษอย่างจริงใจ
ดูเหมือนชายชราจะนอนอยู่ในห้องเก็บของเมื่อครู่ แล้วถูกเสียงเปียโนของเขาปลุกให้ตื่น
ชายชราโบกมือ ก่อนจะเดินเข้ามาช้า ๆ
“ไม่เป็นไรหรอก” เขามองไปยังคีย์เปียโน “แค่ฟังนายเล่นแล้วรู้สึกร้อนใจนิดหน่อย”
หัวใจเจียงเฟิงกระตุกวูบ
ชายชราพูดเนิบ ๆ ว่า “ในหัวนายคงมีภาพอยู่แล้ว รู้ว่าควรเล่นยังไง แต่กล้ามเนื้อมือยังตามไม่ทัน”
รูม่านตาของเจียงเฟิงหดลงเล็กน้อย
พูดได้ตรงเผง
ชายชรามองปัญหาสำคัญที่สุดของเขาออกในประโยคเดียว
ดูท่าชายชราคนนี้จะไม่ธรรมดา
สีหน้าเจียงเฟิงยังคงเรียบเฉย เขาถามตามน้ำไปว่า “คุณลุง แล้วคิดว่าผมควรเล่นยังไงครับ”
ชายชราไม่ตอบ เพียงเชิดคางขึ้นนิดหนึ่งเป็นสัญญาณให้เจียงเฟิงหลีกทาง
เจียงเฟิงรีบลุกไปยืนด้านข้าง
ชายชรานั่งลงบนเก้าอี้เปียโน แล้วยกมือขึ้น
สายตาของเจียงเฟิงเลื่อนไปหยุดอยู่ที่มือขวาของเขาโดยไม่รู้ตัว
ทันใดนั้นหัวใจก็เต้นแรงขึ้น
มือขวาของชายชรามีนิ้วอยู่แค่สี่นิ้ว
นิ้วก้อยขาดไปครึ่งหนึ่ง เหลือเพียงข้อโคนนิ้วเล็ก ๆ
มือแบบนี้ยังเล่นเปียโนได้ด้วยเหรอ
วินาทีถัดมา นิ้วของชายชราก็แตะลงบนคีย์
ท่วงทำนองของเพลง “โกลเดนเอาเออร์” กังวานไปทั่วห้องซ้อมเปียโนในพริบตา
เจียงเฟิงยืนตัวแข็งอยู่ข้าง ๆ
