กล้องค่อย ๆ ซูมเข้าไปหาทั้งสองคนอีกครั้ง!
เห็นเพียงร่างไหล่กว้างเอวสอบของโหลวเยี่ยนจิงค่อย ๆ โอบล้อมลี่จือ ผู้มีเอวบางร่างบอบบางอยู่ท่ามกลางแสงสลัว
เขาแนบปลายจมูกกับเธอ แล้วค่อย ๆ โน้มเข้าไปใกล้
บรรยากาศคลุมเครือชวนวาบหวามสั่นไหว แสงเงาสลัวกับผิวพรรณเย็นเย้ายวนเกี่ยวกระหวัดกัน
กลิ่นน้ำหอมเย็นเยียบช่างรุกรานเหลือเกิน
ลี่จือถึงกับกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
แต่เธอก็ยังรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าลมหายใจของโหลวเยี่ยนจิงรินรดลงมา และค่อย ๆ เข้าใกล้ริมฝีปากของเธอ
ไม่มีใครสังเกตจังหวะหัวใจของโหลวเยี่ยนจิง
ไม่มีใครรู้ว่าหัวใจของเขากำลังเต้นกระหน่ำ เลือดในกายพลุ่งพล่าน ทุกครั้งที่ขยับเข้าใกล้ลี่จือเพียงหนึ่งนิ้ว หัวใจก็ยิ่งเต้นแรงขึ้น ราวกับพร้อมจะกระเด็นออกมาจากอกได้ทุกเมื่อ!
จนกระทั่งริมฝีปากของทั้งคู่เหลือระยะห่างเพียงหนึ่งนิ้วสุดท้าย
โหลวเยี่ยนจิงสังเกตเห็นว่าลมหายใจของลี่จือพลันผ่อนออกมา แต่เพียงชั่วครู่ เธอก็รีบกลั้นหายใจกลับไปด้วยความประหม่า
ริมฝีปากเขาเผยอเล็กน้อย “คุณภรรยา”
ลมหายใจของเธอสั่นไหวแผ่วเบา “...อืม”
ลูกกระเดือกของโหลวเยี่ยนจิงขยับขึ้นลง น้ำเสียงแหบพร่าและทุ้มต่ำ “ฉันจะกัดแล้วนะ”
ลึก ๆ ในใจลี่จือร้องลั่นว่าช่วยด้วย
เธอคิดในใจว่า จะกัดก็กัดสิ ประกาศล่วงหน้าแบบนี้หมายความว่ายังไง!
แต่ขณะที่เธอกำลังฟุ้งซ่านบ่นอยู่ในใจ จู่ ๆ ก็รู้สึกถึงสัมผัสนุ่มนวลที่แนบลงบนริมฝีปาก
กล้องจงใจซูมเข้าไปจับภาพระยะใกล้
เห็นริมฝีปากทั้งสี่ประกบกันสนิท ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของผู้ชมในห้องถ่ายทอดสด ในที่สุดก็แนบชิดกันโดยไม่เหลือช่องว่าง!!!
“อ๊ายยยยยยยยยยย!”
