เมืองหลัวแห่งนี้ จะไม่มาอีกแล้ว สถานที่ยากจน ผู้คนก็ขัดสน ไม่คุ้มค่าเลยจริง ๆ
เขาสะพายกระบุง เตรียมตัวจะจากไป ทันใดนั้นชายเสื้อก็ถูกบางสิ่งดึงรั้งไว้
พ่อค้าก้มลงมอง เห็นเป็นเด็กหญิงตัวเล็ก สูงเพียงเอวเขา ดวงตาโตกลม กำลังเงยหน้ามองเขา
“เด็กน้อย เจ้าดึงข้าไว้ทำไม”
“ท่านอา ข้าอยากซื้อหยกพอก”
ในใจพ่อค้าดีใจวาบหนึ่ง แต่ก็พบว่านางไม่มีผู้ใหญ่มาด้วย มีเพียงนางคนเดียว คิดว่าเป็นเด็กมาเล่นรบกวน จึงหมดอารมณ์ดีทันที
“ไป ๆ ๆ ซื้ออะไรกัน เจ้ามีเงินหรือ”
“ไม่มีเจ้าค่ะ แต่ข้ามีสิ่งนี้”
ซ่งอี่อานยื่นไหดินเผาจากด้านหลังออกมา
พ่อค้าขมวดคิ้ว ไหดินเผาแตก ๆ จะบรรจุของดีอะไรได้ เขาขี้เกียจจะสนใจ ยกเท้าจะเดินจากไป
ซ่งอี่อานเปิดไหดินเผาออกอย่างไม่รีบร้อน
กลิ่นหอมหวานที่เจือด้วยกลิ่นสดชื่นของลูกท้อก็แทรกซึมเข้าจมูกเขาทันที
พ่อค้าเร่หยุดฝีเท้าลงชะงัก ทั้งคนไม่อาจสงบใจได้อีก
เขาเดินทางไปทั่วเหนือใต้ พบเห็นมามาก นี่คือผลไม้แช่อิ่มที่คุณหนูตระกูลขุนนางเท่านั้นถึงจะได้ลิ้มรส
ชาวบ้านธรรมดาทั่วไปจะยอมซื้อสิ่งนี้ได้อย่างไร
ไหเล็กหนึ่งมีราคาอย่างน้อยหนึ่งพันเหรียญ คุณภาพดีหน่อยก็ต้องสามพันเหรียญ ยิ่งกว่านั้นของสิ่งนี้มีราคาแต่ไร้ตลาด ส่วนใหญ่มีแต่เจ้าขุนมูลนายเชื้อพระวงศ์เท่านั้นที่ได้รับ
พ่อค้าอดไม่ได้ที่จะพินิจมองเด็กหญิงตรงหน้าอย่างละเอียด
ผิวแม้จะคล้ำไปบ้าง แต่ใบหน้าก็งดงาม หน้าตาละเอียดอ่อนกว่าเด็กทั่วไปมาก
บางทีอาจเป็นบุตรสาวเล็กของครอบครัวเจ้าของที่ดินที่แอบออกมาเที่ยวเล่น
และกลิ่นหอมของผลไม้แช่อิ่มนี้ก็หอมยั่วยวนใจจริง ๆ
ช่วงนี้อากาศร้อน มารดาเฒ่าที่บ้านเบื่ออาหาร คนซูบผอมไปทั้งร่าง หากนำกลับไปได้ นางต้องดีใจเป็นแน่
“เจ้าจะซื้ออะไร” น้ำเสียงเขาอ่อนลง วางแผงหินออกมาใหม่อีกครั้ง
ซ่งอี่อานรู้แล้วว่าการแลกเปลี่ยนนี้สำเร็จ
นางนั่งยอง ๆ ลงเลือกหินบนพื้น ดูเผิน ๆ เหมือนหยิบส่งเดชไปทั่ว แต่แท้จริงแล้วล้วนเลือกหยกพอกที่มีคลื่นพลังงานอยู่
นางเลือกหินสิบก้อน ในนั้นก็มีหยกดำดิบที่ก่อนหน้านี้นางเล็งไว้รวมอยู่ด้วย
พ่อค้าที่มองอยู่ข้าง ๆ ก็อดเสียวในใจไม่ได้ เด็กคนนี้ช่างรู้จักเลือกจริง ๆ
เดิมทีเขายังคิดว่าเด็กไม่รู้ราคาผลไม้แช่อิ่ม เขาจะได้ให้หยกพอกน้อยลงหน่อย
แต่เด็กก็คือเด็ก เลือกแต่หยกพอกที่มีรูปร่างประหลาด สีสันแปลกตา
หินดำหยาบ ๆ ก้อนนั้นก็ถูกขายออกไปจนได้ ถูกกดอยู่ในมือเขามาตลอดทั้งปี ใครก็ไม่เอา
“เลือกได้แล้วหรือ” เขาถาม
ซ่งอี่อานกอดหินเต็มอก ดวงตางุ้มเป็นจันทร์เสี้ยว ฉายแววยิ้มระรื่น
ไม่คาดคิดว่าผลไม้แช่อิ่มลูกท้อเพียงไหเล็ก ๆ จะแลกหินดิบได้ถึงสิบก้อน
ไม่ต้องพูดถึงหินดิบก้อนอื่นเลย เพียงแค่หยกดำดิบก้อนนั้นก้อนเดียว ก็ทำให้คุ้มค่ายิ่งกว่าทวีคูณนับพันนับหมื่นเท่า
“เลือกได้แล้วเจ้าค่ะ ท่านอาจะมาอีกไหม”
พ่อค้าชายตามองนาง
“ไม่มาแล้ว เมืองหลัวนี่ยากจนเกินไป ไม่กี่คนจะยอมใช้เงินซื้อของพวกนี้ที่กินก็ไม่ได้ นุ่งห่มก็ไม่ได้”
ซ่งอี่อานพยักหน้า รู้สึกว่าเหตุผลนี้ก็ถูกต้อง
พ่อค้าเห็นนางมีสีหน้าเห็นด้วยอย่างเต็มที่ กลับรู้สึกขบขัน เด็กน้อยจะไปเข้าใจอะไรได้
“ถ้าเจ้าอยากซื้อหยกพอกจริง ๆ” เขาเก็บร้านของตน พลางกล่าวตามอำเภอใจ “ก็ให้ผู้ใหญ่ในบ้านพาไปที่อำเภอฝู ที่นั่นตลาดใหญ่ แถมยังมีช่างฝีมือคอยช่วยเจียระไนโดยเฉพาะ”
พูดจบ พ่อค้าก็สะพายกระบุงจากไป
ซ่งอี่อานก้มลงมอง “ของล้ำค่า” ในอ้อมอกที่หนักอึ้งเหล่านี้ นางจะอุ้มกลับไปอย่างเปิดเผยเช่นนี้ไม่ได้
ไม่ต้องพูดถึงที่มาของหิน แค่ให้ท่านแม่รู้เข้า คงไม่พ้นต้องถูกดุด่า
ซ่งอี่อานเลี้ยวเข้าไปในตรอกลึก เดินมาถึงมุมที่ไร้ผู้คน มองซ้ายมองขวาอย่างระมัดระวัง
แน่ใจแล้วว่ารอบด้านไม่มีใครเลย หินในอ้อมอกก็หายวับไปในพริบตา ถูกเก็บเข้าไปในมิติของนางจนหมดสิ้น
เมื่อมีหินดิบเหล่านี้ พลังพิเศษของนางต้องก้าวกระโดดขึ้นอีกหลายขั้นเป็นแน่
แม้การหลอมกลืนจะต้องใช้เวลาพอสมควร แต่เมื่อนึกถึงน้ำพุวิญญาณ มุมปากของนางก็อดยกขึ้นอีกครั้งไม่ได้
กลับมาถึงบ้าน ซ่งอี่อานได้ยินเสียงสะอื้นที่แผ่วเบาจนแทบจับไม่ได้ของนางกู้ดังมาจากเรือนฟืน
นางกู้ได้ยินความเคลื่อนไหวที่หน้าประตู แน่ใจว่าเอ้อร์ยากลับมาแล้ว จึงรีบใช้แขนเสื้อเช็ดรอยคราบน้ำตาบนใบหน้า
“ท่านแม่ เหตุใดจึงร้องไห้”
“แม่ไม่ได้ร้อง” นางกู้ไม่อยากให้ลูกสาวเล็กต้องกังวล จึงทำเป็นสงบนิ่ง “เมื่อครู่มีแมลงบินเข้าตา”
ซ่งอี่อานมองดูนางกู้มีดวงตาบวมแดงผิดปกติ ในใจก็รู้สึกถึงลางร้าย
นางกู้หลบสายตาลูก เอื้อมมือลูบผมของนางเบา ๆ น้ำเสียงจงใจทำให้สบาย ๆ
“แม่ไปอุ่นข้าวให้ นอกเข้าไปอยู่เป็นเพื่อนท่านพี่ในเรือนในเถิด”
ทันทีที่ก้าวเข้าไปในเรือนใน กลิ่นเลือดที่จางมากแต่ก็ชัดเจนโชยปะทะหน้า
ซ่งอี่อานกวาดตามองผ้าซับเหงื่อที่พาดอยู่ริมเตียง บนนั้นมีรอยเลือดด่างดวง
บนเตียง ซ่งอี่หลี่มีหน้าซีดขาวดุจกระดาษ แม้แต่ลมหายใจก็ยังอ่อนแรง
ใจนางบีบรัด โรคร้ายกำเริบอีกแล้วหรือ
สองวันก่อน หมอในเมืองต่างพากันจนปัญญากับอาการที่ค่อย ๆ ทรุดลงของซ่งอี่หลี่ แนะนำให้นางกู้ส่งเด็กไปโรงหมอที่อำเภอ
นอกจากค่ารักษาที่ต้องจ่ายเพื่อประทังยาต้มประจำวันของซ่งอี่หลี่แล้ว ในบ้านก็ขัดสนจวนจะอดมื้อกินมื้ออยู่แล้ว นางกู้ไม่มีเงินเหลือเลยที่จะพาเขาไปหาหมอในอำเภอ
รออีกไม่ได้แล้ว นางต้องเพิ่มพลังพิเศษของตนให้เร็วขึ้น
ค่ำคืนสงัดเงียบ จนลมหายใจของนางกู้ราบเรียบและยาวสม่ำเสมอ ซ่งอี่อานก็เดินอ้อมนางกู้ ปีนลงเตียง เปิดประตูเดินออกไปอย่างเบามือที่สุด
นางมาที่เรือนฟืน จงใจกวาดพื้นที่ว่างไว้ ที่หนึ่ง แล้วเอาหินดิบออกมาวางเรียงรอบตัวนางเป็นวงกลม
นอกจากหยกดำดิบแล้ว หินดิบก้อนอื่นมีคลื่นพลังงานไม่มาก
เดิมทีนางคิดจะเก็บหยกดำดิบไว้ เมื่อถึงเวลาหาช่างเจียระไนและแปรรูป ทำเป็นเครื่องประดับหนึ่งชุด ขายได้ราคาดี
เช่นนี้ก็มีทุนรอน สามารถซื้อหินดิบเพิ่มขึ้นอีก สร้างเงินต่อเงินได้
ทว่า ซ่งอี่หลี่รอถึงตอนนั้นไม่ได้
น้ำพุวิญญาณต้องให้พลังพิเศษมิติยกระดับถึงขั้นห้าจึงจะปรากฏ เพียงดูดซับหยกดำดิบจึงจะทำให้นางก้าวกระโดดถึงห้าขั้นได้
ซ่งอี่อานวางมือลงบนหยกดำดิบ
ชั่วพริบตา กระแสพลังงานอันบริสุทธิ์และมหาศาลก็พุ่งทะลักออกจากภายในหยกที่เย็นเยียบ ไหลบ่าเข้าสู่ร่างอย่างบ้าคลั่งตามฝ่ามือของนาง
พลังอำนาจนี้แข็งแกร่งและรุนแรงกว่าที่นางคาดไว้มาก เกือบจะฉีกเส้นลมปราณของนางขาด
นางกัดฟันแน่น ค่อย ๆ ชี้นำพลังอันป่าเถื่อนนี้ไหลไปรวมที่ตันเถียน
พลังงานหมุนเวียนอย่างบ้าคลั่งด้วยความเร็วที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ดูดซับและขยายตัว ภายในตันเถียนค่อย ๆ รวมเป็นก้อนพลังงานที่ไร้สีกลุ่มหนึ่ง
ในขณะเดียวกัน นางก็สามารถ “มองเห็น” อย่างแจ่มชัดว่า สีเดิมอันล้ำลึกภายในหยกดำดิบกำลังเปลี่ยนเป็นซีดเซียวและหม่นหมองอย่างรวดเร็วจนเห็นได้ด้วยตาเปล่า
โครงสร้างภายในของหินดิบกำลังพังทลายอย่างรวดเร็ว
สามชั่วยามหลังจากนั้น แกนพลังงานในตันเถียนได้รวมตัวเป็นรูปเป็นร่าง
ซ่งอี่อานลืมตาขึ้น หินสิบก้อนข้างกายกลายเป็นเถ้าธุลีหมดแล้ว ระดับพลังพิเศษของนางทะลวงถึงขั้นหกสำเร็จ
สูงกว่าที่คาดไว้หนึ่งขั้น
ซ่งอี่อานหยั่งจิตสำนึกลงในมิติ มิติที่เดิมไม่ถึงหนึ่งหมู่ได้ขยายเป็นห้าหมู่
น้ำพุวิญญาณอยู่ตรงกลางมิติ น้ำในพุดซึมออกช้ามาก หกชั่วยามถึงได้เพียงปริมาณหนึ่งถ้วยชา
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะการทะลวงครั้งนี้ของนางใช้หยกที่เย็นเยียบและบริสุทธิ์ที่สุดในโลกหรือไม่
น้ำพุวิญญาณในชาตินี้ยิ่งเข้มข้นกว่าในชาติก่อน เนื้อแน่นข้นดั่งน้ำผึ้ง มิอาจเรียกได้ว่าเป็น “น้ำ” อีกแล้ว เรียกว่า “โอทิพย์” จึงจะเหมาะสมกว่า