เดือนแปดของเมืองหลัว แดดเปรี้ยงปร้าง
ครัวบ้านสกุลซ่ง
ซ่งอี่อานวัยเจ็ดขวบนั่งหน้าเตายา มือเล็กโบกพัดใบไม้แกว่งน้อยๆ ควบคุมกำลังไฟ
ใบหน้าน้อยร้อนจนแดงเรื่อ เส้นผมตรงหน้าผากชุ่มเหงื่อเหนียวแนบหนัง
ยามเหงื่อแทบจะไหลเข้าตา นางรีบยกแขนเสื้อขึ้นเช็ด
“แค่กๆๆ...”
จากห้องติดกันดังเสียงเด็กชายสะกดกลั้นไอ
ซ่งอี่อานถอนใจแผ่ว หากน้ำพุวิญญาณยังอยู่ก็ดีสิ
นางมาจากโลกวันสิ้น คราวต่อสู้กับราชาซอมบี้ ราชาซอมบี้ไร้คุณธรรมนักสู้ สู้ไม่ไหวก็ระเบิดตัวเอง
เมื่อนึกถึงว่าราชาซอมบี้ระเบิดตัวเองจะทำลายเมืองทั้งเมือง ในช่วงวิกฤต นางลากราชาซอมบี้เข้าไปในมิติ หนึ่งศพหนึ่งคนตายไปด้วยกัน
เมื่อลืมตาอีกครั้ง วิญญาณนางย้ายมาอยู่ในร่างเด็กหญิงเจ็ดขวบนามซ่งอี่อาน
โชคที่ยังเหลือ พลังมิติก็ติดตามมา น่าเสียดายเพียงระดับพลังถูกล้างเป็นศูนย์
น้ำพุวิญญาณในมิตินั้นหายไป ความจุมิติยังหดลงจากสนามฟุตบอลสองสนามเหลือไม่ถึงหนึ่งหมู่
ทุกอย่างกลับไปเริ่มต้น
ข้ามภพมาได้ห้าวัน นางก็รู้แจ้งว่าครอบครัวนี้ยากจนจริงๆ จนแทบจะไม่มีอะไรจะกิน
ในความทรงจำ บิดาเป็นพ่อค้าผู้มั่งคั่งแห่งท้องถิ่น ระหว่างค้าไกลถูกโจรภูผาคร่าชีวิต ทิ้งภรรยากับลูกเล็กสองคนไว้
ห้าปีก่อน ทางบ้านยังนับว่าร่ำรวย มีเงินเหลืออยู่พันตำลึง หากเพียงใช้ชีวิตปกติ ก็พอให้สามชีวิตอยู่อย่างสุขสบายชั่วชีวิต
แต่น่าเสียดาย พี่ชายของนางซ่งอี่หลี่เป็นเด็กคลอดก่อนกำหนด ร่างกายอ่อนแอ เป็นโรคประจำตัว ตลอดปีไม่อาจขาดยาชั้นดีราคาแพงเพื่อบำรุง
สมุนไพรแพงนัก เงินพันตำลึงจะหมดก็เพียงสองสามปี
เพื่อให้บุตรชายได้ใช้ยาต่อไป นางกู้ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ปลดคนรับใช้ทั้งหมด ขายเรือนใหญ่ ย้ายออกจากตัวอำเภอ มาอยู่ที่เมืองหลัวแลกเปลี่ยนเป็นเรือนเล็กธรรมดาหนึ่งหลัง
ห้าวันก่อน ซ่งอี่อานเห็นชุนฮวาข้างบ้านใส่เสื้อใหม่สวยงาม ก็ไปรบเร้านางกู้ตัดให้สักตัว
เพราะในมือไม่มีเงินเหลือ นางกู้บอกจะตัดให้หลังปีใหม่
ตัวเดิมนึกว่าในสายตาแม่มีแต่พี่ชาย ทุกอย่างล้วนให้พี่ชายก่อน แม้แต่เสื้อผ้ายังใส่ของพี่ชายที่เหลือ แม่ไม่ได้รักนาง
โมโหจึงวิ่งออกจากบ้าน ไปนั่งริมแม่น้ำคนเดียว บังเอิญตอนลุกขึ้นเท้าลื่น ศีรษะกระแทกแตก
ด้วยเหตุบังเอิญ นางจึงมา
“เอ้อร์ยา”
หญิงวัยกลางคนหน้าตาคล้ายซ่งอี่อานอยู่หลายส่วนเดินเข้ามา ลูบศีรษะนางเบาๆ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสงสาร
“ดูเจ้าเหงื่อท่วมหัว ร้อนจนเป็นลมแล้วรึ? รีบไปพักเถิด แม่จะมาต้มยา”
ซ่งอี่อานเงยหน้ามอง เสื้อด้านหลังของนางกู้แนบติดตัว หน้าผากเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อละเอียด
“ไม่ร้อน ยาพี่ใกล้ได้ที่แล้ว แม่ออกไปทำงานข้างนอกเหนื่อยมาทั้งวัน ปากแห้งหมดแล้ว ดื่มน้ำหน่อย”
ว่าแล้วนางยื่นชามน้ำเปล่านั้นให้
นางกู้รับชาม เงยหน้าดื่มจนหมดอึกใหญ่ ยกมือเช็ดมุมปาก
“น้ำแม่ดื่มแล้ว เจ้ารีบไปล้างหน้าสร่างร้อน ดูหน้าแดงของเจ้าสิ” น้ำเสียงนางกู้ไม่อนุญาตให้ปฏิเสธ
ซ่งอี่อานรู้ว่าแข็งนางกู้ไม่ได้ จึงส่งพัดใบไม้ให้นาง
ออกจากครัวที่อับร้อน นางไม่เดินไปเรือนในทันที แต่ทำตามคำของนางกู้มาถึงไหดินเก่าที่มุมสวน
ในไหบรรจุน้ำบาดาล นางหยิบจวักน้ำเต้าที่ลอยบนน้ำ ตักน้ำเย็นครึ่งจวักสาดรดหน้า
พลันไล่ความร้อนที่ติดหน้าออกไป ซ่งอี่อานถึงรู้สึกว่าตนกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ศีรษะก็ปลอดโปร่ง
ยุคโบราณไม่มีรถ ไม่มีเครื่องบิน ไม่มีเครื่องปรับอากาศ ไฉนฟ้ายังร้อนเช่นนี้
ช่วงเวลานี้ ยาในครัวก็ต้มเสร็จ ซ่งอี่อานใช้ผ้าเปียกหุ้มที่จับหม้อยา ค่อยๆ เทน้ำยาลงชามอย่างระวัง
“แม่ ข้าเอาข้าวไปให้พี่”
นางกู้มองแผ่นหลังเล็กของลูกสาว ใจขื่นขมนัก
ห้าวันก่อน เอ้อร์ยาเต็มหน้าด้วยเลือดวิ่งกลับมา ทำนางตกใจไม่น้อย
โชคดีแผลไม่ลึก แค่กระแทกถลอกนิดหน่อย
ตั้งแต่วันนั้น เอ้อร์ยาเพียงไม่กี่วันก็หนักแน่นขึ้นไม่น้อย ให้รู้ว่าแต่ก่อนแม้แต่เรียกพี่ชายก็ไม่ยอม ช่วงนี้กลับสนิทกับอี่หลี่มากขึ้นนัก
ซ่งอี่อานถือถ้วยยา เปิดม่านประตูอย่างระวัง เข้าไปในเรือนใน
ในเรือนอับยิ่งกว่าด้านนอก เพราะซ่งอี่หลี่ถูกลมไม่ได้ โดนลมก็ไออย่างหนัก มีเพียงหน้าต่างบานเล็กเปิดช่องว่างนิดหน่อยให้แสงลอด เห็นร่างเงาคนที่นอนบนเตียงเพียงรำไร
ซ่งอี่หลี่ได้ยินเสียงเคลื่อนไหว ดิ้นรนอยากลุกขึ้น กลับเป็นไอขึ้นมาอีก
“พี่ อย่าลุกเอง”
ซ่งอี่อานเดินมาถึงข้างเตียง วางชามยาลง ทำท่าคล่องแคล่วให้เขาคลาย
“เอ้อร์ยา...”
มองหน้าแดงเรื่อของน้องสาวที่ถูกควันยาอบ และแผลบนหน้าผาก ซ่งอี่หลี่เต็มตาด้วยความรู้สึกผิด
“ขอโทษนะ”
ซ่งอี่อานรีบขัดจังหวะเขา “พี่เจ้าใหญ่แค่ไหน ทำไมเหมือนคนแก่เฒ่า เอะอะก็ขอโทษ”
ซ่งอี่หลี่แก่กว่าซ่งอี่อานเพียงสามปี เพราะเจ็บป่วยมานาน ใจถูกขัดเกลาจนผู้ใหญ่กว่าเด็กส่วนมาก
แต่ในสายตาซ่งอี่อาน ไม่ว่าซ่งอี่หลี่หรือนางกู้ ต่างอยู่นานสู้ข้าไม่ได้
โดยเฉพาะซ่งอี่หลี่ ชัดว่าเป็นพี่ รูปร่างกลับพอๆ กับนาง ออดแอด ผอมราวลำไม้ไผ่
พอซุปยาร้อนไม่ลวกปาก ซ่งอี่อานโน้มตัวเข้าไป ใช้แรงผ่อนอันชาญฉลาดเลี่ยนประคองซ่งอี่หลี่ลุกขึ้น นางนั่งบนขอบเตียง ให้เขาพิงนางอย่างสบายขึ้น
“ร้อน ค่อยๆ ดื่ม”
นางยกชามยาถึงปากพี่ชาย มองเขาขมวดคิ้วแน่น ดื่มน้ำยาขมปร่าลงคอทีละอึก
ทุกหนึ่งอึกที่ดื่ม คิ้วของเขาดูยิ่งขมวดแน่นขึ้นอีก ซ่งอี่อานมองข้างๆ ก็รู้สึกขมในปากยิ่งนัก
ลำบากนักกว่าจะดื่มยาหมด ซ่งอี่อานยัดผลเชื่อมน้ำผึ้งชิ้นหนึ่งใส่ปากซ่งอี่หลี่
“นี่อะไร?” ซ่งอี่หลี่เคี้ยวไป รสชาติหวาน มีกลิ่นหอมพีช
ซ่งอี่อานมองแก้มพองๆ ของซ่งอี่หลี่ ยื่นมือไปจิ้มทีหนึ่ง
“เชื่อมพีช อร่อยไหม?”
ซ่งอี่หลี่รีบพยักหน้า ความขยอกขยะในท้องพลันเบาบางไปมาก
“อร่อย เอ้อร์ยา เจ้าได้มาจากไหน?”
แน่นอนว่าเป็นฝีมือทำเอง ในมิติของนางยังมีผลเชื่อมน้ำผึ้งเต็มไห น้ำผึ้งก็ยังเหลืออยู่บ้าง
ซ่งอี่อานไม่กล้าพูดความจริง เกรงว่านางกู้รู้ว่านางขึ้นเขาไปคุ้ยรังผึ้งทำผลเชื่อมน้ำผึ้ง เกรงแต่นี้ไปจะไม่ให้นางออกจากบ้าน
ซ่งอี่อานหน้าตาเฉยโกหก: “ชุนฮวาข้างบ้านให้ข้า”
ซ่งอี่หลี่ลูบศีรษะกลมๆ ของซ่งอี่อาน ยิ้มเอ่ย: “ต่อไปเอ้อร์ยากินเอง ไม่ต้องเหลือไว้ให้พี่”
เมื่อบิดายังอยู่ ทุกครั้งที่เขาดื่มยาหมด บิดามักจะให้รางวัลเป็นผลเชื่อมน้ำผึ้งชิ้นหนึ่ง รสชาติคล้ายกับผลเชื่อมที่เอ้อร์ยาให้เขา หวานละมุน
ผลเชื่อมน้ำผึ้งที่ทำจากน้ำผึ้ง ล้ำค่านัก ต่อให้เป็นบิดาก็นำกลับมาแค่ไหเล็กไหเดียว
เขาเคยเห็นชุนฮวาข้างบ้าน ขี้เหนียวเหมือนกับแม่ของนาง
ก่อนหน้านี้จวักน้ำเต้าของบ้านแตก แม่อยากขอยืมจวักน้ำเต้า แม่ชุนฮวาก็ยังอิดออด ต่อรองราคา ทำไมจะยอมให้ผลเชื่อมน้ำผึ้งแก่เอ้อร์ยาโดยไม่มีเหตุผล
เพียงแต่เขาไม่อยากเปิดโปงเอ้อร์ยา
ก่อนหน้านี้เอ้อร์ยามักรังเกียจกลิ่นยาแรงบนตัวเขา เห็นเขาเข้า นางก็ปิดจมูก หรือไม่ก็หลบหลังแม่ ไม่อยากเข้าใกล้
เขาไม่ต้องการให้นางเปลี่ยนกลับไปเป็นอย่างนั้นอีก