ทางฝั่งเจิ้งอิง
ตอนนี้นางเดินตามเซี่ยฉืออยู่ห่าง ๆ ไม่ใกล้ไม่ไกล
ท่วงท่าของนางดูเป็นธรรมชาติเกินไป เมื่อใกล้ถึงประตูโรงเรียนมากขึ้น ก็ยิ่งแสดงออกเหมือนกับนักเรียนคนอื่น ๆ ที่กำลังเตรียมออกจากโรงเรียน
ทางฝั่งเซี่ยฉือ ไม่รู้ว่าเขาสังเกตเห็นอะไรหรือไม่ อย่างไรก็ตาม จู่ ๆ ฝีเท้าของเขาก็หยุดลง
วินาทีต่อมา เขาเลี้ยวเดินไปยังตู้ขายของอัตโนมัติที่อยู่ข้าง ๆ
เจิ้งอิงเหลือบเห็นฉากนี้ ก็สงบนิ่งย่อตัวลง ผูกเชือกรองเท้าเช่นกัน
ทางนี้ เซี่ยฉือหยิบโทรศัพท์ออกมาเพื่อจะซื้อของ แสงจากโทรศัพท์ที่กระพริบวูบวาบเปล่งประกายอย่างรุนแรง เห็นได้ชัดในดวงตาของเขา
[สามีจุ๊บจุ๊บ]
[สามีรักษาจรรยาบรรณชายได้ดีมาก คนของเจ้ารักสามีที่สุดเลย ส่งหัวใจให้/ส่งหัวใจให้/ส่งหัวใจให้/]
[ครั้งหน้าสามีอยากดื่มน้ำ คนของเจ้าจะซื้อให้ สามีอย่ารับน้ำที่ผู้หญิงสกปรกคนอื่นให้เด็ดขาด]
[คิดถึงคนอื่นที่เข้าใกล้สามีได้มากขนาดนั้น คนของเจ้าอิจฉาจนแทบคลั่ง อิจฉาอิจฉาอิจฉา!!]
[ผู้หญิงคนอื่นเข้าใกล้สามีได้ขนาดนั้นได้ยังไง ได้ยังไง! ได้ยังไง! คนของเจ้าก็อยากเข้าใกล้สามีบ้าง อยากจูบมือสามีจัง สามี สามีห้ามมองคนอื่นนะ สามี]
เส้นเลือดบนหน้าผากของเซี่ยฉือปูดโปน นิ้วเรียวยาวขยับ ไม่ตอบกลับ แต่บล็อกไปเลย
ระหว่างที่ทำเช่นนั้น ดวงตาเรียวเล็กของเขาเงยขึ้นเล็กน้อย มองไปรอบ ๆ อย่างไม่ตั้งใจ
แววตาเย็นวาบ
แต่เขาก็ต้องผิดหวังเป็นแน่
วันนี้เป็นวันอาทิตย์ นักเรียนที่ออกจากประตูโรงเรียนมีมากมาย ดูแล้วไม่มีใครเหมือนผู้ต้องสงสัย แต่ก็ดูเหมือนผู้ต้องสงสัยไปหมด
เขาขมวดคิ้วอย่างรำคาญ จัดการกับตู้ขายของอัตโนมัติพักหนึ่ง แล้วหยิบน้ำส้มโซดาหนึ่งขวดตามอำเภอใจ
เด็กหนุ่มบิดฝาขวด เงยศีรษะขึ้น ท่ามกลางความรำคาญ ทุกอิริยาบถกลับเต็มไปด้วยความคล่องแคล่วและไม่เชื่อง เขาดื่มอึกใหญ่อย่างไม่อิดออด ลูกกระเดือกที่ยื่นออกมากลิ้งขึ้นลงตามจังหวะการกลืน
“ซ่า ซ่า ๆ!”
โทรศัพท์สั่นอีกครั้ง
เซี่ยฉือปิดฝาขวด ก้มลงมอง ก็เป็นเบอร์ใหม่อีกแล้ว
[สามีบล็อกคนของเจ้าอีกแล้ว]
[แต่ไม่เป็นไรหรอก คนของเจ้ายังมีเบอร์ใหม่อีกเพียบเลยนะ จะได้ส่งข้อความหาสามีได้อีกแล้ว/ดีใจหมุนตัว/]
[อ๊ากกก! สามีดื่มน้ำหล่อมาก มองในความหล่อของสามีแล้ว คนของเจ้าก็จะยกโทษให้]
[สามี สามีลูกกระเดือกของสามีกระตึก ๆ น่ารักจัง คนของเจ้าอยากเล่นสไลเดอร์บนนั้นจัง!! อ๊ากกก! ไม่ ไม่ใช่ คนของเจ้าอยากจะ อยากจะจริง ๆ...เขินอาย/เขินอาย/]
[หลังจากสามีดื่มน้ำแล้ว ริมฝีปากดูมีประกาย ชุ่มชื้นดีจัง]
[ดูแล้วน่าจูบมากเลย]
[สามีมายั่วยวนคนของเจ้าอีกแล้วนะ!]
[อยากกัดจัง อยากกัดจัง อยากกัดจัง!]
“แค่ก... แค่ก ๆ ๆ!”
เซี่ยฉือเบิกตากว้าง ในความตกตะลึง จู่ ๆ ก็เกิดอาการไอราวกับฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย
เขาถึงกับไอจนน้ำตาเล็ด แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะกวาดตามองสภาพแวดล้อมรอบ ๆ ตัว สายตายิ่งหวาดระแวงขึ้นเรื่อย ๆ
ทางฝั่งเจิ้งอิงนั้น หลังจากทำสิ่งต่าง ๆ มามากมาย นางก็ดูขี้อายอย่างยิ่ง
นางแสร้งทำเป็นผูกเชือกรองเท้าเสร็จ แล้วลุกขึ้นยืน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะมุมมองหรือไม่ ก็สบเข้ากับสายตาที่เด็กหนุ่มมองมาพอดี
เซี่ยฉือกำลังมองหาผู้ต้องสงสัย กำลังสงสัยคนนั้นคนนี้ แต่ไม่คิดว่าจะสบตากับหญิงสาวคนหนึ่ง
เด็กสาวสวมชุดนักเรียนสีฟ้าขาวของโรงเรียนมัธยมหนึ่ง ใบหน้างดงามอ่อนเยาว์แต่ประณีต ปอยผมที่หน้าผากปลิวไสวในสายลมอ่อน ท่ามกลางแสงสว่างที่สาดมาจากด้านหลัง ราวกับถูกโรยด้วยฟิลเตอร์
เห็นได้ชัดว่านางก็ไม่คิดว่าจะสบตากับเขาพอดี ตะลึงไปครูหนึ่งอย่างชัดเจน แล้วทันใดนั้นก็พยักหน้าให้เขาอย่างขี้อาย ก่อนจะวิ่งเหยาะ ๆ ไปยังประตูโรงเรียน ดูท่าทางราวกับกลัวเขาอยู่บ้าง
บางทีอาจจะรู้เรื่องข่าวลือไม่ดีเกี่ยวกับเขานอกโรงเรียนด้วย
ขี้ขลาดขนาดนั้น ไม่ใช่คนที่อยู่เบื้องหลังแน่
เซี่ยฉือตัดนางออกจากความคิดอย่างรวดเร็ว แล้วเบนสายตาไปทางอื่น
แน่นอนว่าเขาก็จำไม่ได้ว่าเจิ้งอิงเป็นเพื่อนร่วมชั้นของเขาเอง เพราะตลอดครึ่งเดือนที่เขาย้ายมาเรียนที่โรงเรียนมัธยมหนึ่ง เวลาที่อยู่ในโรงเรียนนั้น นับด้วยนิ้วมือข้างเดียวก็เหลือเฟือ
คิ้วของเด็กหนุ่มขมวดมุ่น โทรศัพท์ก็ส่งเสียงดังขึ้นอีกสองสามครั้ง เขาปล่อยคิ้วตกลง ขวดน้ำส้มโซดาในมือถูกเขาบีบจนเสียรูปในพริบตา
[สามีน้ำตาไหลที่หางตาดูแดง ๆ น่ารักจัง คนของเจ้าอยากช่วยสามี~เลียออก!]
[อยากจูบให้สามีตาย!]
ท่าทีของคนผู้นี้โอหังเกินไปแล้ว เซี่ยฉือหัวเราะเย็นชา ยิ่งแน่ใจว่าคนคนนี้ต้องอยู่ใกล้ ๆ แน่นอน
[แกหลบให้ดี ๆ เถอะ ไม่อย่างนั้นพอข้าหาเจอว่าแกเป็นใคร จะตีกบาลให้เละ]
ทางฝั่งเจิ้งอิงนั้นออกจากประตูโรงเรียนไปก่อนแล้ว
นางก้มลงมองข้อความในโทรศัพท์ เลิกคิ้วขึ้น
หน้าจอป้องกันการแอบมองนั้นใช้การได้ดีเหลือเกิน นางไม่กังวลว่าคนอื่นจะเห็นหน้าจอโทรศัพท์
เด็กสาวยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ตอบกลับ
[สามี คนของเจ้ารอให้สามีมาหาเจออยู่นะ]
[พอตามหาเจอแล้ว คนของเจ้าจะให้รางวัลเป็นจุ๊บหนึ่งทีดีไหม?]
[ถ้า ถ้าสามีจูบคนของเจ้าอย่างลึกซึ้งให้เองก็ยิ่งดีเลย สามีแรงเยอะขนาดนั้น แถมยังเป็นราชาลำพองอีก จะจูบจนคนของเจ้าหายใจไม่ออก จนเป็นลมไปเลยไหมนะ]
[สามีทำท่าดุแล้วน่าตื่นเต้นมากเลย ตื่นเต้นตื่นเต้นตื่นเต้น]
[แขนของสามีก็แข็งแรงมาก แค่คิดถึงการถูกสามีกดเข้าไปในอ้อมกอดแล้วจูบจนขาอ่อน หน้าคนของเจ้าก็แดงไปหมดแล้ว]
[มีความสุขจนจะเป็นลมแล้ว!]
[รอคอยมากเลย รอคอยมากเลย รอคอยมากเลย รอคอยมากเลย!!]
คำพูดเดียวของเซี่ยฉือ ระเบิดข้อความบ้าคลั่งออกมาเป็นพรวน ทุกถ้อยคำเหมือนกางเกงในปลิวว่อนไปหมด
เขากดปิดหน้าจอโทรศัพท์อย่างแรง เอามือลูบหัวตัวเองอย่างหงุดหงิด แล้วเดินออกจากโรงเรียนอย่างรวดเร็ว
เมื่อผ่านถังขยะ ก็โยนขวดน้ำส้มโซดาในมือทิ้งลงไปทันที
ในขณะเดียวกัน ด้านนอกรถประจำทาง
เจิ้งอิงปรากฏตัวออกมาจากมุมที่ซ่อนตัวอยู่แห่งหนึ่ง
สายตาของนางเหลือบมองถังขยะนั้นเพียงแผ่วเบาครั้งหนึ่ง
จากนั้นก็ก้าวขึ้นรถประจำทางอย่างเนิบนาบ
ทันทีที่ขึ้นไป ก็เป็นดังคาด เด็กหนุ่มในรถมองไม่เห็นนางจริง ๆ เขายังคงขมวดคิ้วแน่น ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ สีหน้าที่เบื่อโลกเป็นพิเศษ ทำให้เสียงในรถประจำทางเบาลงเล็กน้อย
——
รถประจำทางโคลงเคลง
ผ่านไปไม่รู้ว่าเนิ่นนานเท่าใด ก็หยุดลงที่ป้ายหนึ่ง เสียงประกาศดังขึ้น
“ผู้โดยสารที่รัก เมิ่งหวนอวี้ยวนถึงแล้ว กรุณาผู้โดยสารที่ต้องการลงจากรถ จับราวจับให้ดี ลงจากรถตามลำดับด้วย”
เซี่ยฉือได้สติจากความคิด ลูบคลึงหว่างคิ้ว แล้วลงจากรถตามผู้คนไป
ท่ามกลางความยุ่งเหยิงในใจ เขาไม่ได้สังเกตเลยว่าเจิ้งอิงที่เดินตามลงมาจากท้ายกลุ่มคน
เจิ้งอิงไม่ได้ทำอะไรที่ไม่สมควร ทำตามความทรงจำของร่างเดิมกลับบ้าน
อย่างไรก็ตาม พวกเขาเดินทางกลับทางเดียวกัน
พูดไปแล้ว หลังจากเซี่ยฉือย้ายโรงเรียน เพราะความขัดแย้งกับบิดา เขาไม่ได้พักที่คฤหาสน์ของครอบครัว แต่ย้ายเข้าไปอยู่ในย่านที่พักหรูเมิ่งหวนอวี้ยวน ที่มารดาของเขาเคยพักเพียงไม่กี่ครั้งตอนที่ยังมีชีวิตอยู่
ซึ่งก็พอดิบพอดี เพราะหลังจากเขาย้ายมา ก็สะดวกต่อการเคลื่อนไหวของเจิ้งอิง
——
บ้านสกุลเจิ้ง
เจิ้งอิงกลับมาถึงบ้านของร่างเดิม บ้านเงียบเหงาอย่างมาก พ่อแม่ไม่มีใครอยู่บ้านเลย เมื่อมองจากความทรงจำของร่างเดิมแล้ว พ่อแม่ของร่างเดิมต่างก็เป็นคนเก่งในด้านการงาน ตอนนี้คงไปทำธุระนอกบ้านอีกแล้ว
เจิ้งอิงกลับไม่สนใจนัก
ภายในห้อง บนโต๊ะ
เจิ้งอิงจัดเรียงภาพถ่ายของเซี่ยฉือหลากหลายรูปแบบ
เทคนิคการถ่ายภาพของนางดีมาก
ภาพถ่ายจากทุกมุมมองดูเด่นชัดอย่างยิ่ง ทั้งเย้ายวนและหล่อเหลา
หากผู้อื่นเห็นเข้า คงนึกภาพออกว่าผู้ถ่ายนั้นคลั่งไคล้เพียงใด
“เด็กหนุ่มผู้ดื้อรั้นไม่เชื่องและขาดความรัก...”
เจิ้งอิงหยิบภาพหนึ่งที่เซี่ยฉือมีสีหน้าเต็มไปด้วยความดุร้ายหลังจากการต่อสู้ สีหน้านั้นดุดันราวกับเสือในป่า นางกระซิบแผ่วเบา ริมฝีปากที่ซ่อนอยู่ในความมืดโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มเยือกเย็นน่าพิศวง
“สมกับเป็นราชาลำพอง ดูดุมากเลยนะ ภาพถ่ายทุกครั้งที่ถ่ายออกมา ก็หล่อและขึ้นกล้องดีแท้ เชื่อฟังดีจังนะ”
ขาดความรักใช่ไหม โดดเดี่ยวใช่ไหม ใช้ความเย็นชาและดุดันเป็นหน้ากากใช่ไหม ผลักไสคนอื่นให้อยู่ห่างออกไปใช่ไหม นางจะให้เขาได้สัมผัสกับความรักที่ร้อนแรงถึงขีดสุดและมีเพียงเขาเพียงผู้เดียวเสียหน่อย
แววตาของนางฉายแววเล็กน้อย กวาดตามองขวดน้ำส้มโซดาเปล่าหนึ่งขวดที่อยู่บนโต๊ะ
มองไปมองมา นางก็ยื่นข้อมือขาวเนียนละเอียดของตนออกไป หยิบขึ้นมาตามอำเภอใจ
ยิ้มอย่างหลงใหล “เซี่ยฉือ ที่แท้ก็ชอบดื่มน้ำส้มโซดานี่เอง...”
ใบหน้างดงามของนางราบเรียบไร้คลื่น ทว่าดูราวกับซ่อนพายุที่ไร้ที่สิ้นสุดไว้
[โฮสต์!] ระบบ 459 ที่ใช้พลังงานมหาศาลเพื่อช่วยชีวิตโฮสต์กลับคืนมา บัดนี้มีเพียงฟังก์ชันง่าย ๆ ก็สั่นสะท้านไปทั้งร่าง [ท่านเล่นบทหวังปิ่งเจียว ได้เหมือนเกินไปแล้ว ทำให้ระบบตกใจจะตายอยู่แล้ว]
ถ้ามันจำไม่ผิดล่ะก็ ระบบของโฮสต์ก่อน ๆ หลายเจ้า ไม่มีสักเจ้าที่เล่นบทแนวหวังปิ่งเจียวเลยนะ!
เจิ้งอิงได้ยินดังนั้น สีหน้าไม่เปลี่ยนเลยแม้แต่น้อย กล่าวด้วยรอยยิ้มหวาน [ก็แค่เข้าบทน่ะ]
——