"ท่านพ่อ ท่านตื่นเถิด... อย่าทิ้งถังถังไป... ฮือ ๆ ..."
"ถังถังจะเชื่อฟังท่านพ่อนับจากนี้ ท่านพ่อตีถังถัง... ถังถังจะไม่ร้องไห้..."
ใครกันร่ำไห้คร่ำครวญข้างหูเขา? อู๋ไป๋ลืมตาขึ้นด้วยความหงุดหงิด
"ท่านพ่อตื่นแล้ว ท่านพ่อตื่นแล้ว..."
น้ำเสียงเจือแววดีใจดังแว่วมา
อู๋ไป๋หันมอง เห็นเด็กหญิงวัยสามสี่ขวบ ดวงตาดำขลับแจ่มใสจ้องมองเขาอย่างหวาดหวั่น ใบหน้างดงามเปรอะเปื้อนรอยน้ำตา ท่าทางอยากเข้าใกล้แต่ไม่กล้า
อู๋ไป๋ราวกับถูกสายฟ้าฟาด นิ่งงันไปทั้งร่าง เขาทำสำเร็จจริง ๆ หวนคืนสู่โลกมนุษย์แล้ว
เขาเป็นชาวโลกมาแต่เดิม หลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัยก็ร่วมก่อตั้งกิจการกับหลี่เจิงหมิงเพื่อนรัก เขามีหัวการค้า ไม่กี่ปีก็เปลี่ยนบริษัทเล็ก ๆ ให้กลายเป็นบริษัทใหญ่มีมูลค่าหลายพันล้าน ยิ่งไปกว่านั้น เขายังมีคู่หมั้นงดงาม นับว่าเป็นผู้ชนะในชีวิต
ทว่าทุกอย่างที่เขามี พังทลายลงในการไต่เขาครั้งหนึ่งกับหลี่เจิงหมิง
"อู๋ไป๋ ไฉนเจ้าจึงเหนือกว่าเราทุกด้าน? ไฉนเจ้าจึงได้สตรีนางามอย่างจิ้งซู? บริษัทเป็นของเรา จิ้งซูก็เป็นของเรา เจ้าตายเสียเถิด ฮ่า ๆ ๆ ..."
หลี่เจิงหมิงใบหน้าบิดเบี้ยว หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ผลักเขาจากหน้าผาลงสู่เบื้องลึก
สวรรค์ยังเมตตา ระหว่างร่วงหล่น เขาถูกต้นไม้บนหน้าผาขวางไว้ กลับไม่ตาย ภายหลังได้รับการช่วยเหลือจากสตรีผู้หนึ่งในหมู่บ้านใกล้เคียง
แม้เขารอดชีวิต ทว่าขาหัก กลายเป็นคนพิการตลอดชีวิต
ตอนนั้นจิตใจเขาห่อเหี่ยวด้วยความสิ้นหวัง เอาแต่ดื่มเหล้าทุกวัน ครั้งหนึ่งเมามายก็เกิดมีสัมพันธ์กับสตรีนางนั้นอย่างมึนงง
หลังจากนั้น นางก็ตั้งครรภ์ เขาในเวลานั้นไร้ความหวังในชีวิตแล้ว จึงแต่งงานกับนาง คิดจะใช้ชีวิตที่เหลือในหมู่บ้านเล็ก ๆ นั้น
เมื่อถังถังอายุสองขวบ สตรีผู้นั้นเกิดอุบัติเหตุ รถชนเสียชีวิต
อู๋ไป๋พังทลาย ชีวิตเขายิ่งมืดมน เขาเริ่มกลายเป็นคนอารมณ์แปรปรวน โทษฟ้าดิน โทษทุกคน รวมถึงถังถังวัยสองขวบ
เขาเริ่มพนัน ดื่มเหล้า เวลาเสียเงินหรือเมามากก็ระบายกับถังถัง อีกทั้งเพราะไม่มีเงินพนัน ก็เกือบขายถังถัง ตอนนั้นเขากลายเป็นคนชั่วช้าสิ้นดี
จนวันหนึ่ง เขาถูกคนทวงหนี้รุมทำร้ายสาหัส ประกอบกับดื่มเหล้าไม่น้อยก่อนหน้านั้น ก็สิ้นลมโดยไม่รู้ตัว
ผู้ใดจะคาดคิดว่าสวรรค์เล่นตลกร้ายกับเขา เมื่อตายแล้วกลับทะลุมิติไปยังทวีปอู่จี๋ โลกที่ผู้แข็งแกร่งเป็นใหญ่ ผู้อ่อนแอย่อมตกเป็นเหยื่อ
จิตอาฆาตพยาบาทผลักดันให้เขาจากผู้ฝึกยุทธ์เล็ก ๆ ก้าวผ่านภยันตรายนับพัน เกือบเอาชีวิตเข้าแลกนับครั้งไม่ถ้วน ค่อย ๆ ขึ้นสู่จุดสูงสุด กลายเป็นจอมยุทธ์จักรพรรดิผู้สะท้านทั่วทวีปอู่จี๋
ทว่าเมื่อหันกลับมามองโดยพลัน ก็พบว่าตัวเองสูญเสียมากมายเกินไป
ปลายทางของความยั่งยืนคือความเปลี่ยวเหงา ต่อให้เขาสะท้านฟ้า ชี้นิ้วบดขยี้หมู่ดาว อายุยืนเทียมฟ้าดิน ภายใต้หล้ากลับไร้ทายาทสืบสกุล หาเพื่อนสนทนาสักคนก็ไม่มี มีเพียงชีวิตที่โดดเดี่ยวเดียวดาย
เขาต้องแก้แค้น
เขาคิดถึงบุตรสาว เป็นหนี้บุตรสาวมากเกินไป ไม่สมควรเป็นพ่อคน
ดังนั้น อู๋ไป๋จึงยอมสละพลังฝึกปรือ ยอมเสียสละทุกสิ่ง หลอมเต๋าคืนชีพ
ชาติก่อน เขาถูกคนทวงหนี้รุมทำร้าย ส่งโรงพยาบาล แล้วตายในเวลานี้
ครั้งนี้ เขาฟื้นคืนชีพ
ทุกอย่างราวกับความฝันอันยาวนาน
"ถังถัง"
อู๋ไป๋มองรอยฟกช้ำบนแขนบางของถังถัง ใจเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด บาดแผลเหล่านี้เกิดจากการที่เขาทุบตีตอนเมา
บัดนี้เข้าฤดูใบไม้ร่วง อากาศเริ่มเย็น ถังถังยังสวมชุดฤดูร้อน ยิ่งกว่านั้นหลายแห่งก็ขาดวิ่น ราวกับขอทานน้อย
ถังถังมองอู๋ไป๋อย่างหวาดกลัว ถอยหลังสองก้าวด้วยความหวาดหวั่น
อู๋ไป๋ใจกระตุกอย่างรุนแรง ตัวเองในอดีตช่างไม่ใช่คนนี่คือเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง เขาลงมือได้อย่างไร?
"ถังถัง มานี่"
อู๋ไป๋ค่อนข้างตื่นเต้น ค่อย ๆ ยื่นมือออก หนี้ที่ติดค้างบุตรสาว ชาตินี้เขาจะชดเชยเป็นทวีคูณ
ถังถังหวาดกลัวมาก แต่ก็ค่อย ๆ เดินเข้ามาอย่างระมัดระวัง
อู๋ไป๋ก้มกายอุ้มนางขึ้น กอดแนบอก นัยน์ตาคลอคลอเคล้าน้ำตา "ถังถัง ข้าขอโทษ ต่อไปพ่อสาบานว่าจะไม่ตีเจ้าอีก"
"ท่านพ่ออย่าร้องไห้ ถังถังไม่เจ็บ..."
ถังถังใช้มือน้อย ๆ เช็ดน้ำตาให้อู๋ไป๋
ทันใดนั้น นางพยาบาลในชุดกาวน์เดินเร็วเข้ามาด้วยท่าทางร้อนรน มองผู้คนในห้องผู้ป่วย เอ่ยอย่างร้อนใจ "ขอถามว่าใครเป็นโลหิตกรุ๊ปอาร์เอชลบหรือไม่? ธนาคารเลือดขาดแคลน ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย ช่วยด้วยเจ้าค่ะ หลังจากนี้จะมีค่าตอบแทนงามเป็นสินน้ำใจ"
อู๋ไป๋ไม่คิดจะสนใจแต่แรก ในฐานะจอมยุทธ์จักรพรรดิผู้ผ่านความตายมานับไม่ถ้วน สี่คำว่าชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายไม่อาจส่งผลต่อเขาแม้แต่น้อย ทว่าเมื่อได้ยินว่ามีสินน้ำใจหนึ่งแสนหยวน เขาก็เกิดความสนใจ
เพราะเขาก็เป็นโลหิตกรุ๊ปอาร์เอชลบ หรือที่เรียกกันว่าเลือดแพนด้า
หากจำไม่ผิด บ้านเขามีเพียงกำแพงสี่ด้าน กระเป๋าแฟบยิ่งกว่าใบหน้า ตอนนี้ยังค้างค่ารักษาพยาบาล ต้องการเงินอย่างมาก
เงินเพียงน้อยนิดก็ทำให้วีรบุรุษจนตรอกได้ อดีตจอมยุทธ์จักรพรรดิก็ต้านทานสามคำว่าหิว หนาว และยากจน
"สินน้ำใจงามที่ว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่?"
นางพยาบาลตาเป็นประกาย เอ่ยอย่างร้อนรน "ท่านเป็นโลหิตกรุ๊ปอาร์เอชลบหรือ?"
อู๋ไป๋พยักหน้าเบา ๆ
"ดีมาก รีบมากับข้า ผู้ที่ต้องการเลือดคือคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลหลิน ขอเพียงคุณหนูหลินปลอดภัย ด้วยฐานะและความมั่งคั่งของตระกูลหลิน ประโยชน์ของท่านย่อมไม่น้อยแน่"
อู๋ไป๋อุ้มถังถังลงจากเตียง กล่าวกับนางพยาบาล "ไปเถิด"
นางพยาบาลหันหลังนำทางอู๋ไป๋ผู้เดินกะเผลกไปข้างนอก
อู๋ไป๋ยกยิ้มมุมปากด้วยรอยยิ้มเย้ยตัวเอง เป็นมนุษย์เหมือนกัน แต่นางพยาบาลกลับไม่สนใจเลยว่าเขาบาดเจ็บเพียงใด จะเจาะเลือดได้หรือไม่? ก็จริง ด้านหนึ่งคือคุณหนูตระกูลร่ำรวย ด้านหนึ่งคือคนจน ชีวิตคนจนย่อมไม่มีค่าขนาดนั้น
เดินมาจนถึงหน้าห้องผู้ป่วยพิเศษชั้นเจ็ด
หน้าห้องผู้ป่วยมีหลายคนยืนอยู่ เมื่อดูจากการแต่งกายและท่าทางแล้ว ล้วนมิใช่ร่ำรวยก็สูงศักดิ์
"หัวหน้าหลี่ เจอแล้ว เขานี่แหละโลหิตกรุ๊ปอาร์เอชลบ"
หมอในชุดกาวน์ผู้นึ่งชายตามองอู๋ไป๋ เอ่ยอย่างวางอำนาจ "ตรวจเลือดเขาก่อน"
นางพยาบาลตรวจเลือดอู๋ไป๋เสร็จ ยืนยันว่าอู๋ไป๋มีสุขภาพดี เป็นโลหิตกรุ๊ปอาร์เอชลบจริง
"มากับข้าไปเจาะเลือด"
หัวหน้าหลี่ตะโกนใส่อู๋ไป๋
อู๋ไป๋วางถังถังลง กำชับ "ถังถัง รอพ่อที่นี่ อย่าเดินไปไหนส่งเดช"
ถังถังพยักหน้าอย่างว่าง่าย
"เร็วเข้า อย่าชักช้า" หมอเร่งอย่างหมดความอดทน
อู๋ไป๋แววตาหม่นลงเล็กน้อย ทว่าสุดท้ายก็อดกลั้น เห็นแก่เงิน
เข้าไปในห้องผู้ป่วย อู๋ไป๋มองไปที่เตียงคนไข้ เด็กสาววัยยี่สิบกว่า ใบหน้างดงาม แต่นางซีดเผือดเกินไป หมดสติอยู่บนเตียง
หัวหน้าหลี่นำถุงเจาะเลือดออกมา เจาะเลือดพร้อมกับให้นางพยาบาลส่งเลือดให้เด็กสาวบนเตียงคนไข้
เจาะไปสามถุงรวด
ถุงละ 200 ซีซี ปกติคนบริจาคเลือดไม่ควรเกิน 400 ซีซี นี่หมายความว่าอู๋ไป๋เกินปริมาณแล้ว
อู๋ไป๋รู้สึกวิงเวียนเล็กน้อย
แต่หัวหน้าหลี่ไม่มีทีท่าจะหยุด หยิบถุงเลือดถุงที่สี่
อู๋ไป๋ชักแขนกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉย ดึงแขนเสื้อลง กล่าวอย่างเรียบเย็น "พอแล้วกระมัง"
หัวหน้าหลี่กล่าวอย่างไม่ยี่หระ "เจาะอีกสองถุงสำรองไว้"
"พูดจาง่ายดาย เจาะอีกสองถุง ร่างกายข้าจะทนไหวหรือ?"
หัวหน้าหลี่หัวเราะเย็น "เจ้าเข้าใจอะไร? คนเราเสียเลือดไม่เกิน 2000 ซีซีย่อมไม่ตาย"
"ไอ้บัดซบ เจ้าพูดเป็นคนหรือไม่? พูดเช่นนี้สมควรกับชุดกาวน์ที่เจ้าสวมใส่หรือ?"
อู๋ไป๋แววตาเย็นเยียบ ชีวิตคุณหนูตระกูลร่ำรวยเป็นชีวิต ชีวิตคนจนหาใช่ชีวิตหรือ?