อู๋ไป๋ไม่รู้จะพูดอะไรดี
เพราะเขาเชื่อว่าอ๋าวหวงพูดความจริง เพราะอีกฝ่ายไม่มีความจำเป็นต้องหลอกเขาเลย
"ท่านอ๋าว พวกเราคงต้องเตรียมแผนรับมือขั้นเลวร้ายที่สุดแล้วล่ะ"
อู๋ไป๋เอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด จริงจัง "ถ้าคนจากหมู่บ้านเกิดใหม่ตามหาลูกหลานเผ่ามารคนที่สองเจอ และเจ้าบ้านั่นที่ท่านบอกดันอยู่ในสภาพเลอะเลือน หมู่บ้านเกิดใหม่ปล่อยคนจากโลกอสูรทมิฬออกมาจะทำยังไงกัน"
อ๋าวหวงกำลังจะตอบ แต่จู่ ๆ สีหน้าก็เปลี่ยนไป
เขามองอู๋ไป๋ แล้วพูดจริงจังว่า "มั่นใจหน่อย ตัดคำว่า 'ถ้า' ทิ้งไปซะ"
อู๋ไป๋ตัวแข็งทื่อ สีหน้าเปลี่ยนไปทันที
"หมายความว่าไง"
อ๋าวหวงแค่พยักหน้าให้เขา
สีหน้าอู๋ไป๋เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง "คงไม่บังเอิญขนาดนั้นหรอกนะ"
อ๋าวหวงเอ่ยเสียงเข้ม "ไม่รู้ควรชมว่านายทำนายแม่น หรือว่านายปากเสียดี"
อู๋ไป๋ขมวดคิ้ว "ไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม"
"ผนึกของโลกอสูรทมิฬ ถูกเปิดออกแล้ว"
"แล้วทำไงดี"
"ง่ายมาก" อ๋าวหวงพูดเรียบ ๆ แล้วภายใต้สายตาที่รอคอยของอู๋ไป๋ ก็พูดทีละคำช้า ๆ ชัด ๆ ว่า "นายไปตีคนจากโลกอสูรทมิฬกลับไปซะ"
อู๋ไป๋ "..."
"ไม่ไป สู้ไม่ได้"
"นายทำได้"
"ผมสู้ไม่ได้จริง ๆ"
"อ้อ งั้นก็ช่างเถอะ" อ๋าวหวงเลิกบังคับ
อู๋ไป๋รู้สึกแปลก ๆ "ท่านจะลงมือเองเหรอ"
"ไม่ ฉันลงมือไม่ได้"
"งั้นก็ปล่อยให้เรื่องมันเลยเถิดไป"
อ๋าวหวงมองเขา "นายไม่ไปหาพวกเขา พวกเขาก็ต้องมาหานายอยู่ดี"
"ทำไม"
อ๋าวหวงว่า "เพราะพวกเขายังทำลายผนึกไม่หมด อย่างมากก็แค่เปิดได้ครึ่งหนึ่ง พวกตัวตนที่แข็งแกร่งในโลกอสูรทมิฬยังข้ามมาไม่ได้ชั่วคราว"
