นักท่องเที่ยวกว่าหมื่นคนใต้เวทีอดกลั้นไม่ไหวอีกต่อไปในวินาทีนั้น ทุกคนต่างร้องตามไปด้วย
แม้เพลงนี้จะเพิ่งถูกขับร้องเป็นครั้งแรก แม้หลายคนจะจำเนื้อเพลงได้ไม่ครบ แต่ทำนองท่อนฮุกเพียงรอบเดียวก็สลักลงไปในกระดูกของทุกคนแล้ว
บนลานตากข้าว เสียงเพลงดังกึกก้องฟ้า
เสียงของคนกว่าหมื่นคนประสานกัน หยาบกระด้าง ไม่พร้อมเพรียง บางคนยังร้องเพี้ยน แต่กลับเป็นความหยาบกระด้างและไม่พร้อมเพรียงนี่เองที่กินใจที่สุด นี่คือเสียงของคนธรรมดา เป็นเสียงที่จริงแท้ที่สุดบนผืนแผ่นดินแห่งนี้
ที่สนามย่อยเมืองไห่ตง นักท่องเที่ยวสามหมื่นคนก็ร่วมร้องประสานเสียงกันอย่างสุดกำลัง ลานวัฒนธรรมทั้งลานกลายเป็นมหาสมุทรแห่งเสียงเพลง คลื่นเสียงซัดกระหน่ำระลอกแล้วระลอกเล่า จนพื้นดินสั่นไหวเบา ๆ
กลางท้องฟ้ายามค่ำคืน หัวใจดวงยักษ์ค่อย ๆ สลายออก โดรนหลายร้อยลำเปลี่ยนรูปขบวนอีกครั้ง
คราวนี้พวกมันไม่ได้ประกอบเป็นภาพ และไม่ได้ประกอบเป็นตัวอักษร
จุดแสงทั้งหมดสว่างขึ้นพร้อมกัน เปลี่ยนจากสีเหลืองอบอุ่นเป็นสีทองเจิดจ้า โดรนหลายร้อยลำหมุนวนช้า ๆ กลางท้องฟ้ายามค่ำคืน ราวกับวังวนเรืองแสงขนาดยักษ์ หรือดอกไม้สีทองที่กำลังเบ่งบาน
“หากเคยมีความขมขื่นมาแลกกับความหวานของเรา!”
“ฉันยอมมีชีวิตอยู่ให้เป็นดั่งใจปรารถนาของท่าน!”
“ขออย่าให้เสียเปล่า ขอให้กล้าก้าวไปข้างหน้า!”
“แผ่นดินรุ่งเรืองผืนนี้—ทุกวัน!”
ท่อนสุดท้าย เสียงของคนทั้งสิบสามคนผสานกับเสียงของผู้คนนับหมื่นใต้เวทีและเสียงของคนสามหมื่นคนในเมืองไห่ตง รวมกันเป็นหนึ่งเดียว ราวกับคำประกาศที่ตะโกนออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ กึกก้องอยู่ระหว่างฟ้าดินเนิ่นนาน
