เซิ่งเนี่ยนซีมองไปที่คุณหมอวัยไล่เลี่ยกับตัวเอง
“ไม่จำเป็น? คุณดูผลสแกนแล้วหรือยัง”
“ดูแล้วสิ ตำแหน่งรอยโรคนั่นมันเล็กมาก ไม่จำเป็นต้องจัดการอะไรเลย”
เซิ่งเนี่ยนซีจ้องมองเธอ
“คุณกล้ารับผิดชอบในสิ่งที่คุณพูดนั่นไหม”
หมอสาวชะงักค้างไปชั่วขณะ
“หมายความว่ายังไง”
เซิ่งเนี่ยนซีตอบกลับอย่างสงบนิ่ง
“ตอนที่ฉันไปฝึกอบรมที่ต่างประเทศ ฉันเคยเจอผู้ป่วยเนื้องอกอินเตอร์สติเชียลบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนซีคัมสองราย รายแรกตรวจพบเร็ว ผ่าตัดเอาออกได้ มีชีวิตอยู่สิบกว่าปี ส่วนอีกรายรู้ตัวอีกทีก็แตกไปแล้ว ลงจากเตียงผ่าตัดไม่ได้เลย”
น้ำเสียงของเธอแผ่วเบา แต่หนักแน่นทุกคำ
“พวกคุณคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็ก เพราะพวกคุณไม่เคยเห็นภาพตอนที่มันแตก แต่ฉันเคยเห็น”
ในโถงทางเดินเงียบกริบ
“พวกคุณมีสิทธิ์ไม่เห็นด้วยกับการวินิจฉัยของฉัน แต่ถ้าเพียงเพราะพวกคุณ ‘ได้ยินมา’ ว่าฉันเป็นเน็ตไอดอล แล้วถึงขั้นปฏิเสธความเป็นมืออาชีพของฉัน พวกคุณก็ไม่สมควรเป็นหมอ”
เมื่อพูดจบก็หันหน้าไปทางหมอสาวคนนั้น
“ฉันขอถามคุณอีกครั้ง คุณยินดีที่จะรับผิดชอบไหม”
“ฉันจะรับผิดชอบอะไรล่ะ” หมอสาวเริ่มตื่นตระหนก
เซิ่งเนี่ยนซีเผยรอยยิ้มจาง ๆ ออกมา
“เห็นไหมล่ะคะ ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร ก็สามารถพูดจาให้ร้ายป้ายสีกันลับหลังได้ตามอำเภอใจ”
พูดจบ เซิ่งเนี่ยนซีก็หมุนตัวเดินจากไป
พวกหมอหลายคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่กล้ายัดข้อหา ‘การรักษาเกินกว่าเหตุ’ ใส่เซิ่งเนี่ยนซีอีก
แต่ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็อดที่จะบ่นถึงเซิ่งเนี่ยนซีไม่ได้อยู่ดี
“ดูท่าทางของหล่อนสิ มาจากเมืองนอกแล้วมันวิเศษวิโสอะไรนักหนา”
ในห้วงยามนั้น โจวเยี่ยนเหวินเดินผ่านมา
โจวเยี่ยนเหวินยิ้มเยาะ
“พูดอะไรนะ ไปฝึกอบรมต่างประเทศด้วยตัวเอง ยังไงก็ตอแหลทั้งนั้น”
