นิ้วเท้าของซูปั้นเซี่ยจิกพื้นหินที่เปียกชื้นแน่น
เวลาแบบนี้ให้ก้าวไปข้างหน้าอีกก้าว ไม่ต่างอะไรกับเดินขึ้นแท่นประหารเลยไม่ใช่เหรอ?
มู่ฉางเกอมองอยู่ด้านหลังสองวินาที ก่อนจะเดินอ้อมไปอยู่ข้างหลังเธอ
ฝ่ามือขาวเนียนแตะลงบนหัวไหล่ที่เกร็งแข็ง แล้วออกแรงดันเล็กน้อย
“รีบไปสิ”
“ถ้ายังไม่ไปอีก เขาคงลงมาลากเธอไปเองแล้ว”
เท้าเปล่าของซูปั้นเซี่ยลื่นไถลตรงขอบหินที่มีตะไคร่น้ำขึ้นเต็ม
ร่างของเธอเสียหลักพุ่งลงไปในบ่อน้ำพุร้อน
ซูมู่ไม่แม้แต่จะเปลี่ยนท่า เพียงยื่นแขนเรียวยาวข้างหนึ่งขึ้นจากผิวน้ำ
แล้วคว้าตัวเธอเข้ามาไว้ในอ้อมแขนอย่างง่ายดาย
“ระวังหน่อย ตรงนี้ลื่น”
เขาฉวยจังหวะกดให้เธอนั่งลงบนขั้นหินที่ยังมีไอร้อนลอยกรุ่นอยู่ตรงหน้า
ซูมู่บีบครีมกันแดดสีขาวก้อนโตลงบนฝ่ามือ แล้วค่อย ๆ ถูให้ทั่ว
ปลายนิ้วอุ่นแนบลงบนหัวไหล่ที่สั่นน้อย ๆ ไล้ลงไปตามแนวกระดูกสันหลัง
“ผ่อนคลายหน่อย กล้ามเนื้อเธอเกร็งจนฉันนวดไม่ลงแล้ว”
ซูปั้นเซี่ยกัดริมฝีปากล่างแล้วพยักหน้า แต่แผ่นหลังบอบบางกลับยิ่งเกร็งหนักกว่าเดิม
ฝ่ามือของซูมู่ลื่นผ่านแผ่นหลังไปพร้อมครีม ไล้ไปตามส่วนเว้าโค้งของเอวที่ได้รูปจากการฝึกโยคะมาหลายปี
ปลายนิ้วผ่านร่องเอวลึกทั้งสองข้าง ก่อนจะกดลงเบา ๆ อย่างจงใจหยอกเย้า
หัวเข่าที่เกร็งอยู่ของซูปั้นเซี่ยพลันอ่อนยวบ
เธอโถมตัวไปข้างหน้า ใบหน้าเกือบครึ่งหนึ่งพุ่งชนผิวน้ำที่มีไอร้อนลอยขึ้นมา
ซูมู่ยื่นมืออีกข้างไปคว้าเอวบางที่แทบโอบได้รอบอย่างรวดเร็ว แล้วดึงเจ้ากระต่ายน้อยขวัญเสียกลับมาอีกครั้ง
“ถ้ายังไม่อยู่นิ่ง ฉันคงต้องจับเธอไว้แล้วทาให้แล้วล่ะ”
ใบหูทั้งสองข้างของซูปั้นเซี่ยแดงก่ำราวกับกาน้ำที่กำลังเดือด
