รถหรูสีดำคันใหญ่จอดสนิทในช่องจอดรถส่วนตัวชั้นใต้ดินของถังเฉินอี้ผิ่น
ประตูรถค่อย ๆ เลื่อนเปิด ขาเรียวยาวของโหลวเวยซึ่งสวมถุงน่องบางสีดำก้าวลงมาก่อน
เดิมทีในมือเธอถือแฟ้มเอกสารคดีอยู่ปึกหนึ่ง พอเห็นซูมู่กำลังจะลงจากรถตามมา
นิ้วมือของเธอก็คลายออกอย่างแนบเนียน
กระดาษเอสี่สีขาวพร่างพรูตกลงบนพื้นตรงหน้า ซูมู่พอดี
โหลวเวยส่งเสียงเบา ๆ ก่อนจะก้มลงเก็บกระดาษที่กระจัดกระจายบนพื้นอย่างเป็นธรรมชาติ
กระโปรงทรงสอบสีดำที่แนบเนื้ออยู่แล้วของเธอ
ตึงเปรี๊ยะขึ้นเมื่อขยับ ผ้าแนบสนิทไปกับส่วนโค้งเว้าที่งดงาม
เรียวขาทั้งคู่ที่ถูกห่อหุ้มด้วยถุงน่องสีดำไขว้กัน
ใต้แสงไฟสลัว ๆ ในลานจอดรถเปล่งประกายชวนให้ละสายตาไม่ได้
ท่าก้มของเธอหันตรงไปทางประตูรถที่ซูมู่กำลังก้าวลงมาพอดี
เผยเสน่ห์เย้ายวนที่สุดของทนายสาวระดับสูงในเมืองใหญ่ออกมาอย่างหมดจด
ซูมู่ยืนอยู่ข้างประตูรถ มองภาพตรงหน้าที่สะดุดตาจนแทบหยุดหายใจ
แล้วให้คะแนนฝีมือของทนายสาวสุดแซ่บคนนี้ในใจสูงลิ่ว
โหลวเวยเก็บเอกสารขึ้นมาแล้วลุกยืนตรง ก่อนจะยกมือปัดปอยผมที่ตกลงมาข้างแก้มไปทัดหูอย่างคล่องแคล่ว
เธอขยับเข้ามาใกล้อีกครึ่งก้าว กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่เป็นเอกลักษณ์ของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ลอยเข้าจมูกซูมู่ทันที
เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงขึ้นจมูกนุ่ม ๆ ราวกับกำลังออดอ้อน
“ถ้าต่อไปคุณซูมีธุระส่วนตัวอะไรที่จัดการยาก โทรหาฉันได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงนะคะ เรียกเมื่อไรก็พร้อมไปเมื่อนั้น”
คำพูดนี้แฝงนัยเสียจนแทบล้นออกมาอยู่แล้ว
มู่ฉางเกอที่ยืนอยู่อีกฝั่งของรถได้ยินดังนั้น ดวงตาที่เดิมยังดูเหนื่อยล้าก็เบิกกว้างขึ้นมาทันที
เธอเหมือนแมวน้อยหวงของที่โดนแย่งปลาตากแห้ง รีบอ้อมหน้ารถพุ่งเข้ามา
