ค่ำวันนั้น พอหลินซี่กลับมา เหลิงจือเวยก็ถามเขาว่า “พี่ใหญ่ จะเปิดบัญชีมาเล่นหุ้นกับพวกเราไหม”
หลินซี่ส่ายหน้า “ไม่ล่ะ ฉันไม่มีพรสวรรค์ด้านนี้ รู้ว่าตลาดหุ้นช่วงสองปีมานี้ไปได้ดี คนทั้งเมืองต่างก็เล่นหุ้นกัน แต่ฉันไม่กล้าเสี่ยง ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่า”
เหลิงจือเวยคิดในใจว่า พี่ใหญ่ไม่อยากเล่นหุ้นก็ดีแล้ว ถ้าเขาไม่อยากเล่นจริง ๆ เธอจะโทรไปอ้อนโบรกเกอร์ ขอเพิ่มหุ้นก๊าซจงหัวอีกสามล้านก็ได้
เธอคงบังคับให้คนที่ไม่เล่นหุ้นไปเปิดบัญชีไม่ได้หรอก ถ้าวันหนึ่งพี่ใหญ่เกิดหลงใหลการเล่นหุ้นขึ้นมา แล้วเอาทรัพย์สินทั้งหมดทุ่มลงตลาด พอวิกฤตหุ้นมาถึงก็ขาดทุนหมดตัว แบบนั้นคงแย่แน่
เดิมทีเธอคิดจะเอาเงินให้พ่อแม่บุญธรรมช่วยเล่นหุ้น แต่คิดไปคิดมาก็ช่างเถอะ พรุ่งนี้เช้าเธอไปธนาคารโอนเงินเข้าบัญชีหุ้นก็พอ
พอพ่อบุญธรรมจัดงานวันเกิดเสร็จ เธอจะพาแฟนหนุ่มไปบริษัทหลักทรัพย์ด้วยกัน
กินข้าวเย็นเสร็จ เหลิงจือเวยก็กลับเข้าห้องไปงีบตั้งแต่หัวค่ำ พอนาฬิกาปลุกตอนสี่ทุ่มครึ่งดังขึ้น เธอก็รีบลุกเปลี่ยนเสื้อผ้า เตรียมขับรถไปรับเหวินเยี่ยนที่สนามบิน
เพิ่งเดินออกจากห้องก็เห็นพี่ใหญ่ยืนหาวอยู่ตรงทางเดิน “ไปกันเถอะ! พี่จะไปกับเธอด้วย ไปรับแฟนเธอ”
“พี่ใหญ่ ขับรถของฉันไปเถอะค่ะ!”
“ได้ ขับรถเธอไป ส่งน้องเขยถึงโรงแรมแล้ว ถ้าดึกมากเราก็นอนที่โรงแรมนั่นแหละ”
เหลิงจือเวยเขินนิด ๆ “ไม่อย่างนั้นฉันกลับมานอนบ้านดีกว่าไหมคะ”
