เมื่อเห็นเช่นนั้น เจียงเฮ่ายวี่ก็รีบเอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ทว่าก็ยังแฝงความเป็นเจ้าของอยู่
“ผมเชื่อคุณอยู่แล้ว หนิงหนิง ผมเชื่อใจคุณเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ แค่คุณสวยเกินไป ใครเห็นก็อดหวั่นไหวไม่ได้ ผมแค่ไม่ไว้ใจผู้ชายคนอื่นเท่านั้นเอง”
แววคำนวณวูบหนึ่งผ่านดวงตาของต้วนเจียหนิง แต่คำพูดกลับอ่อนโยนและเข้าอกเข้าใจยิ่งกว่าเดิม เธอตั้งใจปลอบเขา
“ในใจฉันมีแค่นายคนเดียว ผู้ชายคนอื่นฉันไม่เคยชายตามองด้วยซ้ำ
ถ้านายไม่สบายใจ ไม่ไว้ใจ ต่อไปฉันไม่มาออกกำลังกายที่นี่ก็ได้ เฮ่ายวี่ อย่าโกรธฉันเลยนะ ได้ไหม?”
คำพูดแสนเข้าอกเข้าใจและซื่อสัตย์เช่นนี้ กระแทกเข้าไปในใจของเจียงเฮ่ายวี่ทันที
ในฐานะหนุ่มอัจฉริยะจากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง เขามีความรู้สึกเหนือกว่าคนอื่นติดตัวอยู่แล้ว ยิ่งตอนนี้แฟนสาวยอมเอาใจและตามใจเขาขนาดนี้ ความรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองก็พุ่งทะยานจนเต็มอก มีแต่ความซาบซึ้งใจ ขณะเดียวกันก็รู้สึกว่าความระแวงเมื่อครู่ของตัวเองช่างใจแคบและคิดเล็กคิดน้อยเกินไป
เขารีบข่มอารมณ์ แล้วแสร้งทำเป็นใจกว้างก่อนพูดว่า “ผมไม่ได้ห้ามคุณมาออกกำลังกายสักหน่อย ออกกำลังกายเป็นเรื่องดี ผมแค่กลัวว่าคนอื่นจะคิดไม่ซื่อ
เอาอย่างนี้ ผมคุยกับรุ่นพี่ของคุณสักสองสามคำ ขอบคุณเขาต่อหน้าด้วย ถือเป็นมารยาท แล้วก็ให้เขารู้ไปด้วยว่าคุณมีเจ้าของแล้ว”
เจียงเฮ่ายวี่แอบกระหยิ่มใจ รู้สึกว่าวิธีจัดการของตัวเองฉลาดสุด ๆ ทั้งประกาศความเป็นเจ้าของได้อย่างเปิดเผย ทำให้คนอื่นเลิกคิดไม่ซื่อ แถมยังหยั่งเชิงจุดประสงค์ที่แท้จริงของรุ่นพี่ลึกลับคนนี้ได้อีกด้วย เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
