จอมโจรสุสาน: เจ้าพ่อ? ไม่ใช่ แค่ตายบ่อย

ตอนที่ 4 如果到时候你还记得,我会告诉你答案

19 นาที· 4.4K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

“แกเป็นใคร”

เด็กที่อยู่ข้างหลังเรียกเขาอีกครั้ง เซี่ยหวยอันชะงักฝีเท้า พลันนึกขึ้นได้ว่าตอนที่เขาเคยดูซีรี่ส์นั้น ไอ้หนูนี่ดื้อด้านขนาดไหน

เซี่ยหวยอันเห็นว่าเลี่ยงไม่พ้น จึงเริ่มกุเรื่องโกหก เลียนแบบท่าทางทำเป็นลึกลับของอาสามอู๋เสีย “สักวันหนึ่งแกจะรู้เอง แล้วเราจะได้เจอกันอีก”

จางฉี่หลิงน้อยจะก้าวตามไปอีก จางไห่เค่อที่ตามมาทันก็กดไหล่เขาไว้ “อย่าตามไป!”

แค่ชั่วพริบตาที่ไขว้เขว เซี่ยหวยอันก็วิ่งหนีไปไกลแล้ว

จางฉี่หลิงน้อยยกมือปัดมือของจางไห่เค่อที่วางบนไหล่ตนออก ไม่คิดฟังคำสั่ง

แต่แล้วเขาก็พลันถอยหลังอย่างรวดเร็ว มองคนที่ลงมือกับตนด้วยใบหน้าไร้อารมณ์--จางเนี่ยน

“เชอะ ตัวซวย แกจะเอายังไงกันแน่”

จางฉี่หลิงน้อยไม่ได้คิดถือสา ไม่ได้คิดจะสู้ตอบด้วยซ้ำ แต่เมื่อเห็นอาวุธลับที่ปักบนกำแพง แววตาของเด็กก็เย็นเยียบ

จางไห่เค่อก็ขมวดคิ้ว “จางเนี่ยน พอได้แล้ว”

จางเนี่ยนสบถคำหยาบ ก่อนจะก้าวไปดึงอาวุธลับออกจากกำแพง “ฉันว่าไม่ช้าก็เร็วพวกเราคงถูกตัวซวยนี่ฆ่าตาย”

จางไห่เค่อพยายามประนีประนอม เขารู้ว่าจางเนี่ยนไม่คิดจะปล่อยไอ้หนุ่มคนเมื่อกี้อยู่แล้ว ตั้งใจจะเข้าหาเรื่อง แต่มาแค้นทีหลังก็แค่อยากหาเรื่องเด็กน้อยนั่น

อีกด้านหนึ่ง เซี่ยหวยอันกลัวถูกตามทัน จึงรีบเผ่นแผล็ว

【พอแล้ว พอแล้ว อย่าวิ่งต่อ ผ่อนหน่อย ดูทางด้วย ไม่ต้องวิ่งเร็วขนาดนั้น ไม่มีใครตามมา】 ระบบเห็นความเร็วในการหนีของเขาก็อดทึ่งไม่ได้ ใครว่าผู้ร่วมทางของมันโง่นะ

ดูจากสายตามันแล้ว เซี่ยหวยอันนี่มีพรสวรรค์ด้านการเอาตัวรอดระดับเทพ

เซี่ยหวยอันหอบหายใจ เกาะกำแพงสุสานไว้ “มะ...เดี๋ยวก่อน...ข้าหายใจก่อนค่อยคิดบัญชีกับเจ้า”

ระบบ: ∠( ᐛ 」∠)_

【ข้าก็กลัวว่าเมื่อครู่เจ้ายังยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับผีดิบอยู่ แต่พริบตาต่อมาเจ้ากลับหน้ามืดเป็นลมให้พี่ดิบดูต่างหน้า...】

“ประเด็นมันอยู่ตรงนั้นหรือ! ประเด็นคือเจ้าเปลี่ยนให้ข้าเป็นตอนเด็กได้ แล้วทำไมไม่เปลี่ยนให้ข้าเป็นตอนสูงเมตรแปดสิบกว่า”

นั่นแหละคือสิ่งที่เซี่ยหวยอันโมโหที่สุด!

ระบบตกตะลึง 【เมตรแปดสิบกว่า เจ้าก็คู่ควรหรือ!】

เซี่ยหวยอัน: ?

ระบบกล่าว 【ตอนสูงที่สุดเจ้าก็แค่ 179! แค่ 179 ยังไม่ถึงเมตรแปดสิบด้วยซ้ำ】

เซี่ยหวยอันเสียศูนย์ “179 อะไรกัน นั่นมันเมตรแปดสิบ! เมตรแปดสิบต่างหาก!”

--

“พอได้แล้ว เลิกทะเลาะกันได้แล้ว มีเวลามัวแต่ทะเลาะ สู้รีบหาดูว่ามีอะไรเอากลับไปได้ดีกว่า” จางไห่ซิ่งหลบหลีกกับดักด้วยการเอี้ยวตัว ไม่รู้ว่าพวกนี้เป็นบ้าอะไร ยืนทะเลาะกันตรงไหนก็ได้ ทำไมต้องมายืนทะเลาะใกล้กับดัก

จางจิ่วรื่ออยู่ข้าง ๆ ไม่ได้ร่วมวง รอให้พวกเขาหยุดทะเลาะแล้วถึงขยับเข้าไป “ทะเลาะก็ทะเลาะไป แต่พวกเราจำเป็นต้องตามไอ้หนุ่มนั่นไป”

จางไห่เค่อมองไปทางจางจิ่วรื่อ เห็นว่าเขาไม่ได้ล้อเล่น จึงเงียบคิดอยู่ครู่หนึ่ง ย้อนนึกเส้นทางที่พวกเขาเดินมาตั้งแต่ลงสุสาน แล้วพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “ทางที่คนนั้นไป คือห้องสุสานหลัก”

จางจิ่วรื่อบิดข้อมือไปมา “ไปเถอะ ยังไงก็ต้องเจอหน้ากับไอ้หนุ่มนั่น”

เพราะพวกเขามาเปิดโลกก็เพื่อหาของ ห้องสุสานหลักจึงจำเป็นต้องไป

จางไห่เค่อนึกถึงท่าทีสงบนิ่งของเด็กหนุ่มคนนั้นขึ้นมา จึงจะเอ่ยปากกำชับมิให้หาเรื่อง แต่พอหันไปกลับเห็นเด็กน้อยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เดินลิ่วไปไกลแล้ว

จางไห่เค่อ: ......ใครก็ได้มาจัดการเด็กนี่ที

เขาไม่อยากให้เกิดเรื่องก็เรื่องหนึ่ง แต่คนทั้งคณะนี้ก็รังเกียจเด็กน้อยอย่างชัดเจน ซ้ำยังมีข่าวลือร้ายกาจในตระกูลอีก จางไห่เค่อไม่อยากให้เด็กน้อยทำอะไรให้คนอื่นยิ่งรังเกียจเข้าไปใหญ่

จางไห่เค่อคว้าตัวจางไห่ซิ่งไว้ กดเสียง “เอ็ง อย่าหาเรื่อง”

จางไห่ซิ่งไม่ค่อยพอใจ แต่ก็ไม่พูดอะไร อย่างน้อยก็รู้ว่าพี่ชายไม่มีทางทำร้ายนาง

ทางเดินลึกเข้าไปยิ่งเดินยิ่งมืด ยิ่งเดินยิ่งดำ เมื่อครู่ยังมีคบเพลิงในมือของจางไห่เค่อ ยังดีหน่อย ตอนนี้ไม่มีคบไฟแล้ว ซ้ำในห้องสุสานที่มีโลงศพก่อนหน้านี้ เซี่ยหวยอันก็ไม่ทันได้คว้าตะเกียงน้ำมันมาส่องทาง

จนใจต้องพึ่งลูกแก้วแสงของระบบที่ทำให้สว่างขึ้นอีกนิด แต่ทัศนวิสัยก็ยังแย่มาก ดีที่เซี่ยหวยอันเดินไปเดินมาในเส้นทางสายเดียวมาร้อยกว่าครั้ง ทุกครั้งที่เริ่มใหม่ เขาจะออกจากห้องสุสานแล้วเดินอุโมงค์นี้แหละ จนจำตำแหน่งได้แม่นแล้ว

อุโมงค์นี้ยาวมาก ไม่อย่างนั้นระบบคงไม่พนันตอนนั้นว่าเขาจะต้องตายบนเส้นทางนี้อย่างน้อยสามสิบหน อย่างไรก็ตาม กับดักจะมีแค่ตอนต้นที่เชื่อมกับห้องสุสานนั่นแหละ หลังจากนั้นจะมาเจอกับดักอีกทีก็ใกล้ ๆ ห้องสุสานหลักนั่นเอง

เซี่ยหวยอันไม่หยุดฝีเท้า เมื่อรู้ว่าไม่มีอันตรายอะไรก็เร่งเดินเร็ว เขารอดจากกับดักพวกนั้นแล้วสำรวจอุโมงค์นี้ครั้งแรกใช้เวลาไปกว่าสามชั่วโมง ไม่ใช่ว่าอุโมงค์ยาวผิดปรกติ แต่เพราะสภาพจิตใจของเขากลัว ต้องค่อย ๆ ย่องไปสองก้าวแล้วหยุดสำรวจจุดนั้นจุดนี้

ตอนนี้เขาเดินสบายอารมณ์ เหมือนเดินเล่นในสวนหลังบ้านตัวเองเสียอีก

【ตายมาหลายรอบก็มีดีเหมือนกันนะ ว่าไหม】

“ดีบ้าอะไร เจ้าไม่เจ็บเองน่ะสิ รอบแรกที่ข้าเข้าไปในห้องสุสานหลัก มีกรดกำมะถันขวดใหญ่สาดใส่ข้าตั้งแต่หัวจรดเท้า อยากตายก็ตายไม่ได้ อยากอยู่ก็ปวดจนอยากตาย รสชาตินั่นทั้งสดชื่นทั้งทรมานจนข้าอยากถลกหนังเจ้า” เซี่ยหวยอันกลอกตาโตอย่างไม่อาย

ไม่ใช่ว่าเขานิสัยเสียนะ ก็แค่ตายมาเป็นร้อยรอบ รอบแล้วรอบเล่าไม่ซ้ำแบบ ปวดเสียจนทรวง ถามจริงใครจะอารมณ์ดีไหว

ระบบปวดใจนัก 【หน้าตาดี ๆ แบบนี้ เจ้าอย่าทำสีหน้าเพี้ยน ๆ น่า】

เซี่ยหวยอัน: ....

“พูดภาษาคนผิดกฎหมายหรือไง”

【กระแอม มองในแง่ดี ในพื้นที่จำลองเราตายบ่อย แต่ในความจริงเราไม่ต้องบาดเจ็บสักนิด】

“เรื่องอื่นค่อยว่ากัน แต้มบุญนี่ได้มายังไง” เซี่ยหวยอันกลัวสภาพเมื่อครู่จริง ๆ รอบนี้เจอพี่ชายเลยพอใช้มุกตอแหลได้ แต่รอบหน้าไปเจอคนอื่น ที่ไม่พูดพร่ำทำเพลงยิงปืนใส่เขาจะทำยังไง

เขาไม่มีฝีมือแบบพี่ชาย หลบกระสุนกลางอากาศไม่ได้ ดังนั้นข้อมูลจำลองการเคลื่อนไหวของบุคคลจึงต้องมี เขาจึงจำเป็นต้องมีแต้มบุญมาเปิดใช้งานพื้นที่จำลองนี้

【ภารกิจของเราคือการเยียวยาความเสียดาย แต่ละจุดเสียดายจะมีแต้มบุญเป็นรางวัลให้ เพียงแต่ขนาดของจุดเสียดายจะแปรผันตรงกับแต้มบุญรางวัล

ตัวอย่างเช่น เจ้าไปรักษาหยาทัว ภรรยาของเอ้อเยว่หง ความเสียดายจุดนี้สำหรับผู้อ่านไม่ใหญ่มาก แต้มบุญก็จะประมาณ 500 แต่ถ้าเจ้าทำให้พ่อแม่ของพี่ชายยังอยู่ ความเสียดายจุดนี้สำหรับผู้อ่านก็ใหญ่มาก แต้มบุญก็จะพุ่งไปถึง 50,000】

เซี่ยหวยอัน: ?

“งั้นยังจะรออะไร เราไปทำภารกิจ 50,000 นั่นกัน!” น้ำเสียงเซี่ยหวยอันตื่นเต้น ไม่ใช่แค่แต้มบุญ 50,000 แต่ยังทำให้พี่ชายมีวัยเด็กที่มีความสุขด้วย ได้สองต่อ

แต่ระบบกลับปฏิเสธทันที 【ไม่ได้】

เซี่ยหวยอันสงสัย “ทำไม”

【อาจเป็นเพราะก่อนหน้านี้ข้าไม่ได้อธิบายให้ชัด ภารกิจของเราเกิดจากเรื่องนี้มีความเสียดายมากเกินไป คนอ่านถูกทรมานจนแทบสลบ เพื่อป้องกันไม่ให้แนวเส้นเรื่องพังทลาย เราจึงต้องเยียวยาความเสียดายให้มากที่สุด

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราจะเข้าไปแทรกแซงเนื้อเรื่องได้ตามอำเภอใจ เส้นทางชีวิตของจางฉี่หลิงถูกกำหนดไว้แล้ว ทิศทางการดำเนินเรื่องก็คือการที่เขาตามหาความทรงจำที่หายไป

เจ้ากลับไปเปลี่ยนให้เขาหมด แล้วหลังจากนี้จะทำยังไง ดังนั้นเงื่อนไขเบื้องต้นของการเยียวยาความเสียดายคือต้องไม่ทำให้เนื้อเรื่องส่วนอื่นได้รับผลกระทบมากจนเกินไป】

เซี่ยหวยอันชะงัก “งั้นพวกเจ้าเยียวยาเสียดายบ้านบ้าอะไร นี่ก็ไม่ได้ นั่นก็ไม่ได้...”

【ก็แค่พวกที่เกินจริงแบบนี้ต่างหากที่ทำไม่ได้ วัยเด็กของจางฉี่หลิงน้อยนั้นเจ็บปวด เจ้าแค่ดีกับเขาให้มากหน่อยก็ยังได้】ระบบปาดเหงื่อที่ไม่มีอยู่จริง

“ฟังเจ้าแล้ว เหมือนไม่ได้ฟัง” เซี่ยหวยอันหยุดอยู่หน้าประตูห้องสุสานหลัก หยุดยืนแล้วทบทวนฉากข้างในอีกครั้ง ก่อนจะหากลไกเปิดประตูเข้าไป

เซี่ยหวยอันหลบกรดกำมะถันกองนั้นอย่างชำนาญก่อน ต่อจากนั้นก็อาศัยแสงของระบบจุดตะเกียง คลำ ๆ อยู่พักหนึ่งจนห้องสุสานหลักสว่างโร่แล้วก็เริ่มเลือกเสาแบบสุ่ม

เขาเคยสำรวจกลไกที่นี่จนหมดแล้ว เมื่อเข้าใจกลไกแล้วจึงเริ่มหาทางออก สุดท้ายพบว่าการปีนขึ้นไปที่ยอดโดมข้างบนนี้ แล้วขุดออกไปโดยตรงคือวิธีที่ดีที่สุดเท่าที่จะหาได้

เซี่ยหวยอันหยุดอยู่หน้าเสาต้นหนึ่งที่ดูหยาบ ๆ ในมือถือของมีคมชิ้นหนึ่งที่หามาได้จากเครื่องเซ่นที่อยู่ข้าง ๆ

เซี่ยหวยอันเล็งไปยังแท่นบนเสาที่คนยืนได้ กว้างกว่าหนึ่งเมตร แล้วออกแรงโยนของในมือขึ้นไป จะได้เอาไว้ขุดดินหลังจากนี้

จากนั้นเขาก็พับแขนเสื้อขึ้น เตรียมจะปีน

แต่...

【ไอดอลของเจ้ามาแล้ว】

เซี่ยหวยอัน: ?

“อุโมงค์นั่นข้าเดินตั้งสามชั่วโมง! เมื่อกี้ข้าเดินจากตรงนั้นมาถึงนี่ก็แค่ครึ่งชั่วโมง ไม่น่าตามมาทันนะ?!” เซี่ยหวยอันไม่อยากเชื่อ

ระบบไม่ได้ตื่นเต้นอะไร 【ก็ปกติมิใช่หรือ คนตระกูลจางลงสุสานมันก็ง่ายเหมือนกินข้าวแหละ】

เซี่ยหวยอัน: .....พอแล้ว เขาสงสารตัวเอง

เขาเงยหน้าดูเสา เสาขนาดมหึมานั้นสูงและปีนยาก เขาต้องใช้เวลาอย่างน้อยสิบนาที ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าไม่ทันแล้ว ถ้าปีนไปค้างอยู่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ เกิดไอ้เด็กพวกนั้นลงมือกับเขาขึ้นมาจะทำยังไง

ถึงตอนนั้นก็จนตรอกจริง ๆ

เซี่ยหวยอันถอนหายใจ หาที่นั่งตามขั้นบันไดมั่ว ๆ เพื่อรอพวกเขา แทนที่จะปีนเสาตอนนี้ สู้คิดหาทางตอแหลเด็กพวกนั้นดีกว่า

【มาแล้ว】

เซี่ยหวยอันมองไปทางประตู แสงสว่างในห้องสุสานหลักนั้นสว่างพอที่จะทำให้ภาพที่เซี่ยหวยอันเคยเห็นราง ๆ ท่ามกลางแสงสลัวเมื่อก่อนหน้านั้นชัดเจนขึ้น

จางฉี่หลิงน้อยเดินเข้ามาเป็นคนแรก สวมชุดที่คล่องแคล่ว หว่างคิ้วแววตาเย็นชา ทว่าด้วยรูปหน้าที่ยังไร้เดียงสากลับทำให้ความเย็นชานั้นลดลงไปบ้าง ดวงตานั้นดำและสุกใส

เซี่ยหวยอันสบตาเขา เหมือนองุ่นดำ

“ระวังพื้น”

เท้าของเด็กที่กำลังจะก้าวลงชะงัก กวาดตามองดู เห็นกรดกำมะถันจำนวนมากกำลังกัดเซาะพื้นหินที่ปูอยู่ มีฟองผุดขึ้นมาไม่หยุด

จางฉี่หลิงน้อยพลิกตัวอย่างคล่องแคล่ว อาศัยแรงเหวี่ยงข้ามกรดกำมะถันนั้นไป

เซี่ยหวยอันไม่ได้แสดงออกทางสีหน้า แต่ในใจเป่าปาก “เห็นไหมระบบ นี่แหละเท่แท้!”

【ตายอีกหน่อยเจ้าก็ทำได้】ระบบต่อบทสนทนาแบบไม่ค่อยใส่ใจ

“เจ้ากำลังรอข้า?” เด็กอายุสิบสามสิบสี่ปีอยู่ในวัยเสียงแตก เสียงของเด็กฟังดูแปลก ๆ ก็จริง แต่ก็ไม่ได้ฟังแย่

เซี่ยหวยอันทอดถอนใจในใจ เพียงแค่ตอนเริ่มเขามองพี่ชายมากไปหน่อย ก็ถูกจับสังเกตได้ง่าย ๆ ว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล ความสามารถนี่ นับถือจริง ๆ

“เจ้าจะคิดแบบนั้นก็ได้” เซี่ยหวยอันนั่งบนขั้นบันได “แต่สุสานนี้ไม่มีของดีอะไร ถ้าเจ้าจะหาของล่ะก็ คงต้องผิดหวัง”

เด็กน้อยเดินมาทางเขา เซี่ยหวยอันร้องห้าม “อย่าเดินจากทางนั้น มีกับดัก เจ้าอ้อมจากมุมกำแพงนู่นมา”

ดวงตาดำขลับของจางฉี่หลิงน้อยจ้องมองเขา ครู่หนึ่งก็เดินตามเส้นทางที่เด็กหนุ่มบอก มองดูท่าทีที่ไว้ใจเต็มเปี่ยมนั่นแล้ว เซี่ยหวยอันก็ขมวดคิ้ว

“เด็กน้อย เจ้านี่ไม่ระวังตัวเกินไปแล้วนะ ข้าเป็นคนแปลกหน้านะ!”

จางฉี่หลิงน้อยไม่หยุดเดิน น้ำเสียงราบเรียบ “ดวงตาของเจ้ามันบอกข้าว่า เจ้าไม่ทำร้ายคน”

ไม่ใช่แค่ไม่ทำร้ายเขา แต่หมายถึงไม่ทำร้ายคน

คนคนนี้ให้ความรู้สึกเหมือนใจตายไปแล้ว คล้ายจะสิ้นยินดี แต่ในขณะเดียวกันกลับขัดแย้งนิดหน่อย เพราะเจ้ากลับรู้สึกได้ถึงชีวิตชีวาจากตัวเขา

สิ้นยินดีกับชีวิตชีวา สองคำนี้คงไม่คิดเหมือนกันว่าจะมีวันถูกนำมาใช้กับคนคนเดียวกัน

อีกอย่างเมื่อครู่ดาบของจางไห่ซิ่งจ่อคอคนนี้แล้ว เขาก็ไม่ได้โกรธ เพียงแค่หว่านล้อมให้พวกเขาออกไป เด็กก็แค่อายุยังน้อย ไม่ใช่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย

อย่างน้อยที่สุด คนคนนี้ไม่มีเจตนาร้ายต่อพวกเขา

เซี่ยหวยอันกลับรู้สึกว่าจางฉี่หลิงน้อยถูกหลอกง่ายไปหน่อย นี่ถ้าใครเอาขนมมาล่อให้ตามไปก็ง่ายเกินไปแล้วสิ

“ทำไมเจ้าถึงอยู่ที่นี่” เสียงของเด็กขัดจังหวะความคิดของเซี่ยหวยอัน

เซี่ยหวยอันตื่นจากภวังค์ เข้าใจความหมายของเด็ก--เมื่อที่นี่ไม่มีอะไรดีให้เอา แล้วทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่

เซี่ยหวยอันยักไหล่อย่างจนใจ “เมื่อกี้ก็บอกแล้ว โดนคนลากเข้ามา”

จางฉี่หลิงน้อยไม่พูด ไม่รู้ว่าเชื่อหรือไม่เชื่อ เซี่ยหวยอันก็ไม่ได้อธิบายต่อ ระบบเนี่ยมันเปิดเผยได้หรือเปล่า ก็เห็น ๆ อยู่

“เจ้ารู้จักข้า ทำไม”

คำถามของเด็กคนนี้มีไม่หยุด เซี่ยหวยอันนึกถึงหนังสือเล่มหนึ่ง

【《หนึ่งหมื่นคำถาม》 คู่ควรแก่เจ้านัก】เสียงทุเรศของระบบดังขึ้น

เซี่ยหวยอันสวนกลับในหัวว่า ‘ไสหัวไป’ แต่กลับยิ้มให้จางฉี่หลิงน้อย

“ตอนนี้เจ้ายังเด็กเกินไป เมื่อถึงวันหนึ่งที่เจ้ามีความสามารถมากพอจะปกป้องตัวเองได้ หากเจ้ายังจำคำถามนี้ได้ ข้าจะบอกคำตอบ” เซี่ยหวยอันกล่าว

【เจ้าบ้านี่ แต่ชัวร์ว่าเขาจำไม่ได้อยู่แล้ว】

เซี่ยหวยอันให้สัญญากับจางฉี่หลิง เขารู้ว่า คำถามนี้จะไม่มีวันมีคำตอบ เพราะ ‘พรสวรรค์’ เพราะเขาคือจางฉี่หลิง

ขนตาของเด็กกระพือ ดูเหมือนจะไม่ยินยอมนัก แต่เมื่อสบตาของเซี่ยหวยอัน ก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แล้ว ‘อืม’ เป็นเชิงตอบรับ

เขาอยากรู้ชาติกำเนิดของตนเองมาก อยากรู้วัยเด็กของตนเองมากอยากรู้จักพ่อ อยากรู้จักแม่ แต่ไม่เคยมีเบาะแสอะไรเลย ผู้คนในตระกูลต่างก็ปิดปากเงียบเรื่องชาติกำเนิดของเขา เคยซักถามไปก็ถูกเฆี่ยนตีเท่านั้น

ส่วนคนที่จู่ ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นและดูเหมือนจะรู้จักเขาคนนี้ กลับกลายเป็นเบาะแสเดียวของจางฉี่หลิงน้อยที่มีต่ออดีต ทว่าเขาก็มองออกว่า คนคนนี้ไม่อยากบอกในตอนนี้

เซี่ยหวยอันแอบถอนใจโล่งอก ในที่สุดก็ตอแหลผ่านไปได้

ข้างประตูห้องสุสานหลักมีเสียงฝีเท้าดังขึ้นอีก เป็นจางไห่เค่อกับพวก

“ไอ้ตัวซวย จะเดินเร็วขนาดนั้นไปไหน” จางจิ่วรื่อไม่ได้กระหายอยากได้คำตอบจากเซี่ยหวยอันเหมือนจางฉี่หลิงน้อย เขามองเห็นกรดกำมะถันบนพื้นแวบหนึ่ง ไม่ต้องออกแรงเท่าไหร่ก็กระโดดข้ามไปได้

“จางจิ่วรื่อ ไอ้ตัวซวยนั่นไม่มีพ่อไม่มีแม่ ไม่รักชีวิต ถ้าเอ็งเองก็ไม่รักชีวิต เอ็งก็เดินเร็วแบบนั้นได้เหมือนกัน” จางไห่ซิ่งไม่ชายตามองกรดกำมะถันบนพื้นแม้แต่น้อย กระโดข้ามไปอย่างง่ายดาย

เซี่ยหวยอันได้ยินคำเรียกของเด็กสาวที่มีต่อเด็กหนุ่มนั้น ก็นึกในใจว่า ไอ้นี่คือจางจิ่วรื่อรึ ใครจะดูออกว่าไอ้เด็กทุเรศนี่ต่อไปจะเป็นแฟนพันธุ์แท้หมายเลขหนึ่งของพี่ชาย

ส่วน...ไม่มีพ่อไม่มีแม่นี่นะ

เซี่ยหวยอันลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นที่ก้น แล้วเดินเข้าไปใกล้เด็กน้อย “พวกมันด่าเอ็ง อยากแก้แค้นแบบเล็ก ๆ น้อย ๆ ไหม ไม่ถึงตาย”

จางฉี่หลิงน้อยชินกับคำพูดพวกนี้แล้ว พวกเขาสองสามคนนับว่าดีกว่าด้วยซ้ำ อย่างน้อยก็ไม่ได้ลงมือกับเขาเหมือนคนอื่น ๆ ในตระกูล

เห็นเด็กไม่พูด เซี่ยหวยอันก็ไม่พูด ยืนอยู่ตรงนั้นมองพวกเขาสี่คนเดินมาทางนี้

จางฉี่หลิงน้อยรออยู่ครู่หนึ่ง ไม่เห็นเซี่ยหวยอันพูดอะไรต่อ ก็อดมองเขาไม่ได้

เซี่ยหวยอันยักคางนิดหนึ่ง บอกให้เขาดูเอา

เด็กน้อยสงสัยเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าเซี่ยหวยอันไม่มีท่าทีจะเตือนพวกจางไห่เค่อเรื่องกับดัก ก็รู้แล้วว่าการแก้แค้นเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เซี่ยหวยอันพูดถึงนั้นคืออะไร.....

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com
ดันขึ้นเพื่อไปตอนถัดไป