หวังจื้อเฉียงยังคงโวยวายไม่หยุด อ้างสถานะของตัวเองไปเรื่อย ส่วนตำรวจอีกชุดพบที่พักของหวังชุนเหมยในหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งชานเมือง
ตอนเคาะประตู หวังชุนเหมยกำลังช่วยลูกทำการบ้านอยู่ พอเปิดประตูเห็นตำรวจในเครื่องแบบ โดยเฉพาะเมื่อเห็นจำนวนตำรวจ สีหน้าของเธอก็ซีดเผือดทันที ริมฝีปากสั่นระริก พูดอะไรไม่ออก แม้แต่จะเอ่ยทักทายก็ยังนึกไม่ออก
“หวังชุนเหมย พวกเรามาจากสำนักงานตำรวจมณฑล ตอนนี้สงสัยว่าคุณเกี่ยวข้องกับคดีหวังเจี้ยนเย่หายตัวไปที่ภูเขารื่อเยว่เมื่อปี 2002 ขอให้ไปกับพวกเราเพื่อให้ความร่วมมือในการสอบสวน” ตำรวจยื่นบัตรประจำตัวให้ดู น้ำเสียงเคร่งขรึม
“ขอโทรหาแม่ฉันได้ไหม ลูกอยู่บ้านคนเดียว ฉันเป็นห่วง” หวังชุนเหมยเม้มริมฝีปาก กำมือแน่น หัวใจเต้นระทึกจนแทบขึ้นมาถึงลำคอ
“ขอโทษด้วย ตอนนี้คุณโทรศัพท์หาใครไม่ได้ทั้งนั้น กรุณาให้ความร่วมมือ!”
ลูกสาวของหวังชุนเหมยอยู่ในห้องนั่งเล่น พอเห็นตำรวจจะจับแม่ ก็ร้องไห้โฮขึ้นมาทันที “พวกคุณจะทำอะไร! ทำไมถึงจับแม่หนู!”
“เด็กดี อย่ากลัวนะ เดี๋ยวโทรหาคุณยาย ให้ท่านมานอนเป็นเพื่อน แม่จะไปกับคุณตำรวจสักพัก เดี๋ยวก็กลับแล้ว”
ตั้งแต่วินาทีที่ตำรวจเคาะประตูห้องของเธอ หวังชุนเหมยก็รู้ว่านี่ไม่ใช่การแวะผ่านมา เธอมีลางสังหรณ์แรงกล้าว่าตำรวจเหล่านี้มาหาเธอโดยเฉพาะ
เธอรอวันนี้มานานแล้ว ช่วงแรก ๆ เธอนอนไม่หลับทั้งคืน ตารางชีวิตรวนไปหมด
ทีแรกเธอโทษว่าเป็นเพราะตัวเองตั้งครรภ์ แต่เมื่อลูกค่อย ๆ โตขึ้น ความรู้สึกนั้นในใจก็ยังไม่จางหาย เธอมักสะดุ้งตื่นจากฝันอยู่บ่อยครั้ง
