โจวมิ่นจวินอายุยังไม่ถึงสิบขวบด้วยซ้ำ ทว่ากลับเลียนแบบกิริยาจองหองพองขนและท่าทางกระตุ้งกระติ้งของสตรีปากจัดได้อย่างแนบเนียน
ฮูหยินผู้เฒ่าหลินกับถังหว่านฉิงต่างมีสีหน้ากระอักกระอ่วน ครั้นกำลังจะเอ่ยอบรม ก็ได้ยินนั่วนั่วถามว่า “ท่านพี่ ร่างกายท่านไม่สบายหรือไม่ เหตุใดยามพูดจาจึงบิดตัวไปมา น้ำเสียงก็ฟังดูปลอมเหลือเกิน ไปตรวจดูเถิดจะดีกว่า”
“พวกบ้านนอก บังอาจแช่งข้า” โจวมิ่นจวินเดือดดาลอย่างอดมิได้
ถังหว่านฉิงแอบชูนิ้วโป้งให้นั่วนั่วในใจ แม้นั่วนั่วจะตัวน้อยแต่คำพูดกลับแทงใจดำ ภายนอกนางยังคงรักษารอยยิ้มสง่างามพลางกล่าวว่า “คุณหนูโจว นั่วนั่วเพิ่งมาจากชนบท สื่อสารไม่รู้จักอ้อมค้อม ท่านเป็นคุณหนูลูกผู้ดี ทั้งยังเป็นหลานสาวแท้ ๆ ของกุ้ยเฟย ย่อมไม่ถือสาเด็กน้อยเป็นแน่ เช่นนั้นพวกเราขอตัวก่อน”
สิ้นคำกล่าว จูงมือนั่วนั่ว สาวเท้าเชิดหน้าอย่างองอาจเข้าประตูวังไปก่อน
โจวมิ่นจวินยิ่งเดือดดาลกว่าเดิม โจวเหรินหลี่พี่ชายนางพบกับขบวนผู้คนไปเซ่นไหว้สุสานของตระกูลหลิน อกาลกิริณีบังเกิดอย่างไร้สาเหตุ ครั้นกลับถึงบ้าน ศีรษะก็งอกหนามแหลมยาวออกเต็มไปหมด หมอที่เชิญมาดูก็ไม่รู้กี่คนแล้ว
พี่ชายกล่าวว่า คนตระกูลหลินช่างร้ายกาจ แค่คิดจะลงมือ คนเจ็บตัวกลับเป็นฝ่ายตนเอง หนามทั่วศีรษะนี้ต้องเป็นฝีมือคนตระกูลหลินแน่นอน
นางมาในวันนี้ ก็เพื่อไหว้วานให้กุ้ยเฟยส่งหมอหลวงมาตรวจดู พลางฟ้องร้อง ให้กุ้ยเฟยจัดการตระกูลหลินอย่างเด็ดขาด
ที่ไหนได้คับที่แคบกันนัก มาเจอกันที่หน้าประตูวัง แถมยังถูกพวกบ้านนอกถากถางอีก บัญชีแค้นนี้ต้องชำระกับตระกูลหลินให้จงได้
