โควตาคัดเลือกสาวงามมีแล้ว แต่ทางจวนอัครมหาเสนาบดีกลับล่าช้าไม่กล้าไปเอ่ยปาก ฮูหยินเมิ่งก็ดูออกแล้วว่า น้องสามีของนาง ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว แม่นมพูดไว้ชัดเจน ฮูหยินอัครมหาเสนาบดีไม่ต้องการให้ตระกูลเมิ่งมีสตรีที่มีฐานะสูงกว่านางอีก เรื่องนี้ยังคงต้องไปขอร้องเจิ้งเจี้ยนเสียนถึงจะได้
โชคดีที่ฮูหยินเมิ่งเก็บไหวพริบไว้ มอบผลประโยชน์ให้แม่นมชิว ข้างกายฮูหยินอัครมหาเสนาบดีไม่น้อย ให้นางช่วยสอดส่อง วันนี้ในที่สุดก็ส่งข่าวมา บอกว่าฮูหยินกับท่านอัครมหาเสนาบดีมีปากเสียงกัน ท่านอัครมหาเสนาบดีกำลังเดือดดาล ตอนนี้เรื่องที่ฮูหยินคัดค้าน ท่านอัครมหาเสนาบดีจะสนับสนุนเต็มที่แน่
ฮูหยินเมิ่งรีบแต่งตัวให้เมิ่งฝูหยงอย่างดี แล้วพาไปจวนอัครมหาเสนาบดีเพื่อขอเข้าพบ
เมื่อเห็นเมิ่งฝูหยง ในใจฮูหยินอัครมหาเสนาบดีก็รู้สึกไม่วางใจอยู่บ้าง นางเคยรักใคร่เด็กคนนี้จริง ๆ ตอนที่เยว่เอ๋อเกิดเรื่อง นางผู้นี้ยังเล็กอยู่ การคิดคำนวณนางเช่นนี้ สุดท้ายแล้วจะถูกหรือไม่
ระหว่างที่กำลังคิดเช่นนี้ ฮูหยินเมิ่งก็ทนไม่ไหวเอ่ยปากขึ้นก่อน "อาอิง ข้าไปที่กระทรวงพิธีการเพื่อแจ้งชื่อให้ฝูหยงแล้ว เงื่อนไขทุกอย่างเข้าข่ายหมด รออีกสามวันก็ถึงการคัดเลือกขั้นต้นแล้ว"
ฮูหยินอัครมหาเสนาบดีคิดทบทวนอีกครั้ง จะเกลี้ยกล่อมนางสักหน่อย หากพวกนางยืนกรานจะเข้าร่วมคัดเลือกสาวงาม นั่นก็เป็นชะตาของพวกนางเอง ดังนั้นนางจึงวางสีหน้าเย็นชากล่าวว่า "การคัดเลือกสาวงามไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิด ระหว่างทางต้องฟันฝ่าอุปสรรคมากมาย ระหว่างนั้นไม่รู้จะพบเจออันตรายมากน้อยเพียงใด หากไม่ถูกเลือกแต่สามารถถอนตัวออกมาอย่างปลอดภัยก็นับว่าโชคดีแล้ว กี่คนยังเข้าไม่ถึงการคัดเลือกขั้นสุดท้ายก็เสียชีวิตอย่างไม่เป็นโล้เป็นพาย เหตุใดต้องไปลุยน้ำขุ่นเช่นนั้น"