ประตูถูกเปิดออกเช่นนี้ ภายในห้องเล็ก ๆ คุมขังเด็กสาวไว้กว่าสิบคน ผู้ตรวจการฟางตกตะลึงยิ่งนัก
เด็กสาวเหล่านั้นถูกข่มขวัญจนมึนงง คิดว่าคนที่อยู่ตรงหน้านี้ก็เป็นคนชั่วเช่นกัน
เห็นเจ้าหน้าที่แต่ก็ไม่ยอมขอความช่วยเหลือ ชุ่ยจู๋ในกลุ่มคนร้องตะโกนด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า "ท่านเจ้าหน้าที่ ช่วยชีวิตด้วย พวกเราถูกลักพาตัวมา"
ผู้ตรวจการฟางสั่งการให้คนพาเด็กสาวเหล่านี้ออกไปทันที แน่นอนว่าเขาก็ตามหาป้ายงาจนพบโดยสวัสดิภาพเช่นกัน
ขณะที่นั่วนั่วกับชุ่ยจู๋แอบออกไปเงียบ ๆ ผู้ตรวจการฟางกำลังบันดาลโทสะ "ใต้หล้าเบื้องพระยุคลบาท ยังมีผู้กล้าทำเรื่องอำมหิตเช่นนี้ นำตัวทุกคนที่นี่กลับไปที่ศาลาว่าการ แล้วสอบสวนอย่างเข้มงวด"
ผู้ตรวจการฟางไม่เคยแม้แต่ฝันว่าตนจะทำคุณงามความดีครั้งใหญ่ได้ด้วยอาศัยวิหคใหญ่สองตัว
ที่นี่เป็นแหล่งซ่องสุมชั่วร้ายที่ตั้งมานาน เชี่ยวชาญการล่อลวงเด็กสาว ด้วยตำแหน่งที่ตั้งลับตา อีกทั้งยังสมคบกับเจ้าหน้าที่ในเขตนั้น จึงไม่มีใครพบเห็น
หลังจากนั่วนั่วกลับถึงบ้าน ก็ทำเรื่องที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน คือนางท่องตำราที่ท่องในวันนั้นให้บิดามารดาฟังอีกครั้ง
ทำให้ถังหว่านฉิงดีอกดีใจจนไม่อาจบรรยาย พร่ำกล่าวไม่หยุดว่า "ใครว่าบุตรสาวข้าไม่รักการอ่านเล่า ท่องได้ไพเราะเพียงนี้"
"ท่านแม่ ที่แท้ยังมีผู้คนอีกมากมายที่อยากอ่านหนังสือแต่ไม่มีโอกาส นั่วนั่วช่างอยู่ท่ามกลางความสุขแต่ไม่รู้จักความสุขนั้นเอง ต่อไปข้าจะตั้งใจอ่านหนังสือให้ดี" นั่วนั่วกล่าวพลางน้ำตาเอ่อคลอเบ้าตา
"นั่วนั่ว เหตุไฉนจึงร้องไห้เล่า" ถังหว่านฉิงปวดใจยิ่งนัก
ชุ่ยจู๋กระแอมเบา ๆ แล้วกล่าวว่า "วันนี้ยามพัก คุณหนูได้ยินว่าเด็กผู้หนึ่งข้างนอกสำนัก เพราะอ่านหนังสือมากไปสองสามประโยค ถูกทุบตีจวนเจียนตาย คุณหนูตกใจมาก"
