ที่แท้แม่ทัพชุยแห่งเป่ยเจียงก็คือบุตรชายคนเล็กของท่านชุยนั่นเอง
บัณฑิตใหญ่ผู้มีศิษย์ทั่วแผ่นดินต้าหวาน แต่บุตรในไส้กลับไร้วาสนา
บุตรชายคนเล็กที่เขารักดั่งแก้วตาดวงใจนั้นไร้ซึ่งความรู้ มัวแต่เที่ยวเตร่ เหลวไหล ท่านชุยจนใจนัก ต้องส่งตัวไปยังสมรภูมิ ฝากฝังให้หลินจื้อหย่วนช่วยอบรมสั่งสอนอย่างดี
ตอนนั้นเขาบอกกับหลินจื้อหย่วนว่า หากคนกลับมาได้ย่อมดีที่สุด หากกลับมาไม่ได้ก็ถือว่ารับใช้ชาติอย่างสมเกียรติ ยังดีกว่าใช้ชีวิตเป็นคุณชายเสเพลในเมืองหลวง
ใครจะคาดคิดว่าครั้งหนึ่งเคยเชื่อว่าจะไม่มีวันได้พบบุตรชายคนเล็ก ชุยเม่า อีกแล้ว แต่แล้วหลังจากหายสาบสูญไปสามปี เขาก็กลับมา
ทั้งยังพลิกฟื้นคืนชีพ กลายเป็นบุรุษผู้ทรหดดั่งเหล็กกล้า
เมื่อได้ฟังชุยเม่าเล่าถึงเรื่องราวที่พวกตนแฝงตัวถึงสามปี ท่านชุยก็รู้สึกตื้นตันใจนัก มีเพียงบุรุษผู้ยิ่งใหญ่อย่างหลินจื้อหย่วนเท่านั้น ที่จะบรรลุภารกิจอันหาผู้ใดทำได้เช่นนี้
เดิมทีเขาคิดจะไปเยือนสกุลหลินเพื่อกล่าวขอบคุณ แต่เกรงจะเป็นการสร้างภาระให้ จึงยั้งใจไว้
บัดนี้เมื่อมีผู้ปรักปรำหลินจื้อหย่วน เขาย่อมต้องออกโรงแก้ต่างให้
"ท่านชุย การที่หลินจื้อหย่วนช่วยชีวิตบุตรชายของท่านไว้ไม่มีผิดก็จริง แต่โทษฐานหมิ่นพระราชอำนาจนั้นอภัยไม่ได้"
ผู้ที่กล่าววาจานี้คือเจ้ากรมอาญาสิทธิ์ ท่านจ้าว นับตั้งแต่บุตรชายของเขาไปมีเรื่องกับนั่วนั่ว สกุลของเขาก็ไร้ซึ่งความราบรื่น
จ้าวเหิงบุตรชายของเขา บัดนี้เก็บตัวอยู่แต่ในเรือน ทรัพย์สินที่สั่งสมมาทั้งชีวิตถูกส่งเข้ากรมพระคลังจนหมดสิ้น ฝ่าบาทเองก็ทรงขัดเคืองต่อตัวเขาในฐานะเจ้ากรมอาญาสิทธิ์ยิ่งนัก
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเรื่องรอง หากไม่กำจัดหลินจื้อหย่วน เขาก็นอนไม่หลับกินไม่ลง
เขาจงใจให้ฮูหยินจ้าวไปก่อกวนถังหว่านฉิง การทำให้หลินจื้อหย่วนเสียหน้าเป็นเพียงผลพลอยได้ จุดประสงค์ที่แท้จริงคือต้องการให้ฝ่าบาททรงระแวงหลินจื้อหย่วน
