เมื่อสัมผัสถึงอารมณ์ผิดปกติของนั่วนั่ว หลินชิงอวิ๋นจึงรีบเข้าไปถาม “มีอะไรหรือ นั่วนั่ว”
“เต่าทะเลบอกว่ามีคนเก่งกาจมากมา สามารถควบคุมสัตว์ใต้ทะเลได้ เป้าหมายของพวกมันคือเรือของเรานี่แหละ เรือสามลำก่อนหน้านี้ก็ถูกปล้นไปด้วยวิธีนี้ ตลอดเส้นทางมีหุ่นเชิดสัตว์ดักซุ่มอยู่”
ฟังคำของนั่วนั่วจบ หลินชิงอวิ๋นก็ขมวดคิ้วมุ่นราวกับขดเชือก หากเป็นคนยังสู้ตายได้ แต่พวกมันคือสัตว์ที่ถูกควบคุม ช่างน่าปวดหัวนัก
ทางด้านโน้น เหล่าเต่าทะเลได้เป็นอิสระ ก็เร่งรุดจะหนีไปยังน่านน้ำที่ปลอดภัย พวกมันย้ำกำชับนั่วนั่วว่า “ข้างหน้าอันตรายยิ่งนัก อีกฝ่ายต้องการยึดเรือโดยไม่ต้องสูญเสียทหารแม้แต่นายเดียว”
นั่วนั่วลูบกระดองเต่าพลางกล่าว “ขอบคุณพวกเจ้านะ แต่ข้างหน้ามีคนของพวกเรา ซึ่งจะต้องไปช่วยให้ได้”
“นั่วนั่ว ลองถามพวกมันดูสิ ว่าพอจะรู้เบื้องหลังอีกฝ่ายไหม มีจุดอ่อนอะไรบ้าง” เมื่อเห็นนั่วนั่วพูดคุยกับเต่าทะเลอีกครั้ง เซี่ยกูไป๋ก็เข้าใจความหมายที่แท้จริงของคำว่าเชี่ยวชาญการสื่อสารกับสัตว์ที่นายท่านเซียวกล่าวถึงแล้ว
เป็นจริงดังคาด นั่วนั่วส่งคำถามของเซี่ยกูไป๋ออกไป หัวของเต่าทะเลก็ผงกทีละน้อย ราวกับกำลังตอบ
“เช่นนั้นหรือ พวกเจ้ารีบไปเถอะ ไม่ต้องเป็นห่วงข้า” นั่วนั่วอำลาเต่าทะเล แล้วกลับเข้าไปในฟองไข่มุกหลบวารี
ในสายตาของเต่าทะเล อีกฝ่ายแข็งแกร่งน่าสะพรึง กลุ่มควันดำผ่านมา พวกมันก็ถูกโซ่เหล็กพันธนาการ ปลาฉลามที่มีฟันคมกริบที่สุดก็กัดโซ่เหล็กไม่เข้า ปลาวาฬที่มีพละกำลังมหาศาลที่สุดก็ดิ้นไม่หลุดจากโซ่เหล็ก ตอนนี้พวกมันรอเรือของนั่วนั่วอยู่ข้างหน้าแล้ว
เซี่ยกูไป๋เฉียบแหลม จับข้อมูลสำคัญจากปากของนั่วนั่วได้ อีกฝ่ายอาศัยไอหมอกดำควบคุมสัตว์เหล่านั้น เขาถามว่า “เช่นนั้นบนโซ่เหล็กของเต่าทะเลก็ควรจะมีไอหมอกดำไม่ใช่หรือ”
“มีเจ้าค่ะ” นั่วนั่วพยักหน้า “ข้าไม่ชอบไอหมอกดำนั้น ใช้มือเช็ดออกไป”
หลินชิงอวิ๋นเพิ่งเข้าใจ “เช่นนั้นที่เจ้าเอามือลูบไปตามโซ่เหล็กรอบหนึ่งก็เพื่อขับไล่ไอหมอกดำอย่างนั้นหรือ”