หลังจากมอบไข่มุกชำระเคราะห์เสร็จ นั่วนั่วก็นึกถึงจุดประสงค์ที่มาในครานี้ออก นางจึงขอเอกสารจากเจ้าเมืองเยว่ลั่วฉบับหนึ่ง ซึ่งบันทึกความชั่วร้ายของผู้ตายเหล่านั้นเอาไว้ เมื่อกลับไปก็จะได้ทำให้ฉิวเจ๋อหุบปากได้เสียที
ไม่อาจปฏิเสธน้ำใจของเมืองเยว่ลั่วได้ นั่วนั่วจึงรับผลของต้นไม้แสงจันทร์ไว้เป็นของตอบแทน ขณะกำลังจะจากไป ก็พบเงาร่างที่คุ้นเคย
ใช่แล้ว นั่นคือเงาที่มีตัวตนจับต้องได้ แตกต่างจากข้ารับใช้คนอื่นตรงที่นางไม่มีร่างกายในเมืองเยว่ลั่ว ทำได้เพียงล่องลอยไปมา
นั่วนั่วเกิดความสงสัยอีกครา จึงเอ่ยถามว่า “ท่านพี่ ไฉนคนผู้นั้นจึงต่างออกไปเล่า”
“นางหรือ เป็นเพียงเศษวิญญาณที่ข้าช่วยไว้เมื่อสิบกว่าปีก่อน คนอื่นล้วนมีสามวิญญาณเจ็ดขวัญ ส่วนนางมีเพียงหนึ่งวิญญาณ ตอนที่พบนาง วิญญาณเดียวนี้ก็ใกล้จะสลายเต็มที หล่อเลี้ยงอยู่ในเมืองเยว่ลั่วจนป่านนี้ถึงพอฟื้นคืนมาได้”
เจ้าเมืองเยว่ลั่วอธิบายอย่างอดทน นั่วนั่วก็วิ่งไปตรงหน้าเศษวิญญาณนั้นแล้วสำรวจอย่างละเอียด พลางร้องขึ้นอย่างเข้าใจในทันทีว่า “มิน่าเล่าข้าถึงรักษาท่านพี่เย่ว์เอ๋อไม่ได้ ที่แท้เจ้าก็วิ่งพลัดหลงมานี่เอง”
“เจ้ารู้จักนางหรือ” เจ้าเมืองเยว่ลั่วประหลาดใจยิ่งนัก
นั่วนั่วจึงเล่าเรื่องของเจิ้งเยว่เอ๋อให้ฟัง แล้วถามเจ้าเมืองเยว่ลั่วว่า “ท่านพี่ ข้าจะพานางกลับไปได้หรือไม่”
“นางสามารถพบร่างเดิมได้ นับเป็นโชควาสนาของนาง ย่อมได้เป็นธรรมดา และยังให้บรรจุนางไว้ในผลไม้แสงจันทร์ได้พอดี เช่นนี้ก็จะไม่ได้รับบาดเจ็บ”
นั่วนั่วใส่เศษวิญญาณนั้นลงในผลแสงจันทร์ โบกมือลาเจ้าเมืองเยว่ลั่ว แล้ววิ่งตรงไปยังประตูเมือง
ท่านพ่อกับพวกท่านพี่นี่ก็จริง เพียงนั่วนั่วจากไปครู่เดียวก็เอาแต่ร้องเรียกไม่หยุด