“ช่วยฉันด้วย!”
ซูโม่โผกอดชายที่เดินเข้ามาอย่างสะลึมสะลือ
ราวกับคว้าฟางเส้นสุดท้ายเอาไว้ เธอไม่ยอมปล่อยมือ ทั้งยังกอดเขาแน่น
ลู่เพ่ยชวนขมวดคิ้วอย่างรังเกียจ ตั้งใจจะสะบัดเธอออก
“เป็นคุณนี่เอง!”
พอเห็นคนในอ้อมแขนชัด ๆ มือของเขาก็ชะงักค้างกลางอากาศ
ร่างของหญิงสาวร้อนผ่าว แก้มแดงระเรื่อผิดปกติ มองปราดเดียวก็รู้ว่าถูกวางยา
หากไม่มียาถอนพิษ คงทนได้อีกไม่นาน
ซูโม่โอบคอชายหนุ่มจากด้านหลัง
ทันทีที่หญิงสาวกอดเข้ามา ร่างของลู่เพ่ยชวนก็มีปฏิกิริยาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
แต่เขาพยายามข่มกลั้นอย่างสุดกำลัง “รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร?”
“คุณจะเป็นใครก็ช่าง นอนด้วยกันก่อนค่อยว่ากัน!” พูดจบซูโม่ก็จูบเขาทันที
ชายหนุ่มที่ยังลังเลอยู่บ้างถูกริมฝีปากของหญิงสาวปิดสนิทในพริบตา
บ้าจริง!
จูบที่จู่โจมเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว ทำให้ลู่เพ่ยชวนรับมือไม่ทัน
สิ่งยั่วยวนเช่นนี้ ไม่มีผู้ชายคนไหนปฏิเสธได้หรอก
ริมฝีปากของหญิงสาวทั้งนุ่มทั้งละมุน
สติที่ยังหลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิดในหัวพลันพังทลายลง!
ลู่เพ่ยชวนไม่คิดอะไรอีก เขาประคองท้ายทอยหญิงสาวไว้แล้วจูบตอบ
ปลายลิ้นแทรกผ่านฟันขาว ลุกล้ำเข้าไปอย่างดุดันและเอาแต่ใจ
ริมฝีปากและปลายลิ้นคลอเคลียกัน
ลมหายใจร้อนผ่าว
อุณหภูมิในห้องค่อย ๆ สูงขึ้น
พร้อมกับเสียงเตียงไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดไม่หยุด
วันถัดมา
ซูโม่เพิ่งลืมตา ก็สะดุ้งกับภาพตรงหน้า
ห้องมืดทึมและชื้นแฉะ เศษดินจากผนังร่วงกราวลงมา พื้นขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ หนูวิ่งพล่านให้เห็นอยู่ทุกหนแห่ง
ผ้าห่มยังมีกลิ่นอับ แถมปะชุนเป็นปื้นใหญ่หลายจุด
ซูโม่อยากยิงตัวตายเสียเดี๋ยวนั้น
เมื่อคืนเธอไปเลี้ยงรับรองกับหัวหน้า ดื่มเหล้าไม่ยั้งจนเมาอ้วก แถมยังขับรถหลังดื่มสุรา ซิ่งรถลงไปจมก้นทะเลสาบ
พอฟื้นขึ้นมา เธอก็ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของคนยุค 80 ที่ชื่อและนามสกุลเดียวกัน
ทะลุมิติมายุค 80 ก็ว่าแย่แล้ว ยังมาโผล่ในหุบเขาลึกกันดารแห่งนี้อีก
หุบเขาที่ต่อให้ทำงานจนตาย ก็ใช่ว่าจะเดินออกไปได้
พ่อแม่ของเจ้าของร่างเดิมเป็นพนักงานประจำโรงงานทอผ้าทั้งคู่ ตอนเธออายุสิบขวบ ทั้งสองเสียชีวิตพร้อมกันเพื่อกอบกู้ทรัพย์สินส่วนรวม ทิ้งลูกน้อยสองคนไว้เบื้องหลัง
ซูโม่ที่เดิมทีเป็นลูกสาวคนโปรดของพ่อแม่ ร่วงจากสวรรค์ลงสู่นรกในชั่วข้ามคืน กลายเป็นเด็กกำพร้า
หลังจากผู้บริหารโรงงานทอผ้าทราบเรื่อง ก็ประกาศทันทีว่าหากมีใครยินดีรับเลี้ยงพี่น้องสองคนจนโต นอกจากจะจัดหางานให้แล้ว ยังจะจ่ายเงินช่วยเหลือเดือนละ 10 หยวน จนกว่าพวกเธอจะอายุครบ 18 ปี
ข่าวแพร่ออกไปได้ไม่นาน ซูโม่กับน้องสาวซูซี ก็ถูกลุงใหญ่ซูจื้อหมิงรับไปเลี้ยง
นับแต่นั้น ชีวิตของพี่น้องทั้งคู่ก็พลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ
เพิ่งกลับถึงหมู่บ้านกับลุงใหญ่ ซูโม่ก็ถูกหลี่เอ้อร์เม่ย ป้าสะใภ้ใหญ่บังคับให้ลงนาไปทำงานแลกแต้ม
งานสกปรกงานหนักในบ้านล้วนโยนให้ซูโม่ทำ
ถ้าอะไรไม่ถูกใจ หลี่เอ้อร์เม่ยก็ลงไม้ลงมือกับพวกเธอ อดมื้อกินมื้อเป็นเรื่องปกติ
เจ้าของร่างเดิมเป็นคนขี้ขลาด ไม่กล้าต่อต้าน ทำได้เพียงอดทนเงียบ ๆ
เมื่อวานซูโม่เพิ่งอายุครบ 18 ปี หลี่เอ้อร์เม่ยก็วางยาในน้ำของเธอ หวังให้เธอได้เสียกับหลี่ขาเป๋จากหมู่บ้านข้าง ๆ จนกลายเป็นผัวเมียกัน
บังเอิญลู่เพ่ยชวนถูกหลอกมาที่นี่เหมือนกัน ทั้งสองจึงมีความสัมพันธ์กันอย่างไม่คาดฝัน
เขาประจำการอยู่ในหน่วยเดียวกับเติ้งฉงกวง อายุยังน้อยก็ได้เป็นผู้บังคับการกองพันแล้ว
พ่อของเขารับราชการอยู่ในเมืองหลวง ส่วนปู่ก็เป็นวีรบุรุษแห่งการปฏิวัติรุ่นเก่า
ลู่เพ่ยชวนทั้งหนุ่มทั้งมีอนาคต แถมชาติตระกูลยังดี ย่อมกลายเป็นชายในฝันของบรรดาป้าสะใภ้ในหมู่บ้าน
เพิ่งมาอยู่วันที่สอง ก็มีคนไปถามภรรยาผู้ใหญ่บ้านถึงเรื่องครอบครัวของเขา วันที่สามก็มีคนมาสู่ขอ วันที่สี่หญิงสาวถึงกับมาหาเขาถึงบ้าน...
ตอนที่คนเหล่านั้นเกือบเหยียบธรณีประตูบ้านผู้ใหญ่บ้านจนราบ ลู่เพ่ยชวนก็พูดด้วยสีหน้าเย็นชาว่า “ผมมีลูกไม่ได้!”
ทำเอาความฝันของบรรดาป้าสะใภ้แตกสลายเป็นผุยผง
นับแต่นั้น คนในหมู่บ้านเห็นเขาเมื่อไรก็หลบไปให้ไกล กลัวว่าลูกสาวของตัวเองจะถูกเขาทำเสียคน
ไม่คิดเลยว่าเธอจะเผลอมีอะไรกับเขาเข้า!
ทันทีที่ซูโม่ลืมตาตื่น ลู่เพ่ยชวนก็เปิดเปลือกตาขึ้น ดวงตาลุ่มลึกของเขาจ้องมองเธอ
ชายหนุ่มเลิกผ้าห่ม ลุกจากเตียง หยิบเสื้อผ้าบนพื้นมาสวม “ตื่นแล้วสินะ งั้นเรามาคิดบัญชีกันหน่อยไหม?”
“คิดบัญชีอะไร?”
คำพูดนั้นทำซูโม่งุนงงไปเลย
“คุณถูกวางยา ผมช่วยคุณไว้ คุณไม่คิดจะรับผิดชอบผมหรือ?” ลู่เพ่ยชวนมีสีหน้าเรียบเฉย จนดูไม่ออกว่ากำลังคิดอะไร
“แค่ก ๆ...” ซูโม่สำลักจนพูดไม่ออก
อะไรคือให้เธอรับผิดชอบ?
ผู้ชายเฮงซวยได้ประโยชน์ไปตั้งขนาดนั้น
ไม่ใช่เธอต่างหากที่เสียเปรียบ?
ทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นเป็นระลอก คล้ายกำลังเดินมาทางนี้
“มีคนมา รีบใส่เสื้อผ้า!” ลู่เพ่ยชวนเก็บสีหน้าหยอกเย้าหญิงสาว แล้วเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมทันที
ทั้งคู่ยังไม่ได้แต่งงาน หากใครรู้ว่าพวกเขาทำอะไรกันในห้อง ชื่อเสียงของฝ่ายหญิงคงพังยับเยิน ส่วนฝ่ายชายก็จะถูกตราหน้าว่าประพฤติตัวลามก
ซูโม่คว้าเสื้อผ้ามาสวมพลางเร่งเขา “คุณกระโดดออกทางหน้าต่างไปก่อน เรื่องของเราไว้ค่อยพูดกันทีหลัง!”
เมื่อตระหนักได้ว่าเรื่องนี้ร้ายแรงเพียงใด ลู่เพ่ยชวนก็ไม่ลังเล เขาเปิดหน้าต่างแล้วกระโดดออกไป หายลับไปทางหลังบ้าน
ซูโม่รีบวิ่งไปปิดหน้าต่าง แล้วก็ได้ยินเสียงทุบประตูอย่างร้อนรน
“เปิดประตู... เปิดประตู... รีบเปิดประตู...”
ขณะที่ผู้หญิงหลายคนกำลังจะพังประตูเข้ามา ประตูก็เปิดออกจากด้านในพร้อมเสียง “แกร๊ก”
เมื่อเห็นคนที่มา แววตาของซูโม่ก็เย็นชาลง
คนที่ยืนอยู่หน้าสุดคือหลี่เอ้อร์เม่ย คนที่วางยาเธอเมื่อคืน
หลี่เอ้อร์เม่ยกวาดตามองไปรอบห้องด้วยดวงตาเรียวแหลม แต่ไม่เห็นคนที่อยากเจอ จึงถามซูโม่อย่างเอาเรื่อง “นังสารเลว แกซ่อนผู้ชายไว้ที่ไหน?”
พูดจบก็ทำท่าจะคว้าข้อมือซูโม่ ทว่าในจังหวะที่หลี่เอ้อร์เม่ยกำลังจะจับเธอ ซูโม่ก็ยกมือขึ้นตบซ้ายขวาไม่ยั้ง
“เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!”
เสียงตบดังลั่นหลายครั้ง!
ความเจ็บแสบร้อนแล่นปราด หลี่เอ้อร์เม่ยยกมือกุมแก้ม มองซูโม่อย่างไม่อยากเชื่อสายตา
เธอไม่คิดเลยว่าซูโม่ที่ปกติเอาแต่ยอมคน โง่เหมือนวัวควาย จู่ ๆ จะคลุ้มคลั่งขึ้นมา จนเธอตั้งตัวไม่ทัน
คนรอบข้างเองก็อึ้งกับการกระทำของซูโม่
“ซูโม่ นังเนรคุณ ฉันเลี้ยงแกจนโต แกยังกล้าลงมือกับฉันอีกหรือ?”
หลี่เอ้อร์เม่ยได้สติ ก็ยกมือขึ้นจะตบกลับ แต่กลับถูกแววตาเย็นชาของซูโม่ทำให้ถอยกรูด
“คุณเข้ามาก็ใส่ร้ายฉัน ทำลายชื่อเสียงฉัน แบบนี้ไม่สมควรถูกตบหรือไง?”
“ฉันเห็นกับตาว่าผู้ชายแอบย่องเข้าห้องแก ต้องทำเรื่องน่าอับอายกันแน่!” หลี่เอ้อร์เม่ยจ้องซูโม่เขม็ง แววตาอำมหิตประหนึ่งจะเจาะรูบนใบหน้าเธอ
คนที่จัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว จะหายไปเฉย ๆ ได้ยังไง!
นังสารเลวนี่ต้องซ่อนเขาไว้แน่!
“ป้าทุกคนก็เห็นแล้ว ห้องนี้ไม่มีแม้แต่แมลงวัน แล้วจะมีผู้ชายมาจากไหน หลี่เอ้อร์เม่ยจงใจใส่ร้ายฉันชัด ๆ!
ป้าทุกคนต้องช่วยให้ความเป็นธรรมกับฉันนะ! ถ้าเรื่องแบบนี้แพร่ออกไป ต่อไปฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?”
ขอบตาของซูโม่แดงก่ำ น้ำตาเม็ดโตไหลผ่านแก้มตกลงพื้น เธอดูคับแค้นใจจนแทบทนไม่ไหว!
พวกผู้หญิงที่ตามเข้ามาก็งุนงงไปตาม ๆ กัน
แต่เช้าตรู่หลี่เอ้อร์เม่ยบอกว่ามีคนลักลอบมีชู้ แล้วลากพวกเธอมาจับผิด
ในห้องมีผู้ชายที่ไหนกัน?
แม้แต่สัตว์เพศผู้ก็ไม่มีสักตัว!
“เอ้อร์เม่ย มองผิดไปหรือเปล่า?” ป้าร่างผอมคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ทนดูต่อไปไม่ไหว จึงออกมาพูดอย่างยุติธรรม
ในห้องนอกจากเตียงที่ต่อขึ้นจากแผ่นไม้ไม่กี่แผ่นแล้ว ก็ไม่มีที่ให้ซ่อนคนเลย
“เป็นไปไม่ได้!”
หลี่เอ้อร์เม่ยรีบส่ายหน้า เธอเห็นผู้ชายเดินเข้ามาชัด ๆ จะหายไปเฉย ๆ ได้ยังไง
“อ๊าย!”
ขณะที่เธอกำลังจะซักไซ้ซูโม่ เสียงกรีดร้องของผู้หญิงก็ดังมาจากห้องข้าง ๆ อย่างกะทันหัน
